กทม.จัดงานรำลึก 81 ปี วันสันติภาพไทย “อนุสรณ์” แนะไทยชูนโยบายการทูตเชิงรุก นำอาเซียนดับไฟสงครามเมียนมา ป้องกันตกเป็นสมรภูมิสงครามตัวแทนมหาอำนาจ


วันที่ 16 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สถาบันปรีดี พนมยงค์ และภาคีเครือข่าย จัดงานรำลึกครบรอบ 81 ปี วันสันติภาพไทย เพื่อระลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญและความเสียสละของขบวนการเสรีไทย ภายใต้การนำของท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ซึ่งได้ประกาศสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วยปกป้องอธิปไตยและความอยู่รอดของประเทศไทย


 นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดงานโดยแสดงความยินดีและขอบคุณสถาบันปรีดี พนมยงค์ ที่ยืนหยัดจัดกิจกรรมรำลึกอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าคนไทยในปัจจุบันต่างได้รับประโยชน์จากผลแห่งความเสียสละของบรรพชนเสรีไทย โดย กทม. พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านประวัติศาสตร์แก่เยาวชนและประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไป


 นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.พรรคประชาชน อดีตประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และอดีตรองประธานมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ได้ปาฐกถาถึงสถานการณ์ความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน โดยชี้ว่าระเบียบโลกและระบบพหุภาคีนิยมกำลังเผชิญความสั่นคลอนอย่างหนัก จากนโยบายของประเทศมหาอำนาจและการใช้สิทธิวีโต้ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จนทำให้เกิดสงครามและวิกฤตการณ์ในหลายภูมิภาค เช่น ตะวันออกกลางและอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความมั่นคงทางอาหารของประชาชนทั่วโลก


 นายอนุสรณ์ ระบุด้วยว่า ประเทศไทยและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ไม่สามารถนั่งรอความช่วยเหลือหรือยอมตกเป็นเครื่องมือในเกมอำนาจของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนได้ ประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินนโยบายทางการทูตเชิงรุก ร่วมมือกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรักษาอธิปไตยและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

พร้อมกันนี้ ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในเมียนมาเป็นพิเศษ โดยเรียกร้องให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอาเซียนในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เมียนมากลายเป็นสมรภูมิสงครามตัวแทนของมหาอำนาจ โดยเน้นย้ำให้ใช้ “ฉันทามติ 5 ข้อ” ของอาเซียนเป็นหลักในการยึดถือ ยุติความรุนแรงต่อพลเรือนทันที และเพิ่มแรงกดดันทางการทูตให้รัฐบาลเมียนมายอมรับกระบวนการสันติภาพ เช่นเดียวกับบทบาทความสำเร็จของไทยในยุครัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่เคยเป็นเวทีกลางแก้ปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชามาแล้ว