“ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์” ยัน รัฐบาลมุ่งยกระดับชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน หนุนใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน สร้างรายได้ให้ชุมชน เสริมความมั่นคงทางพลังงาน  


วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เดินหน้าลดภาระค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ เพื่อเปลี่ยน “ขยะ” ที่อยู่รอบตัวประชาชน ให้กลายเป็นสิ่งที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน และช่วยลดภาระของชุมชนในการฝังกลบ


ทั้งนี้ รัฐบาลได้สนับสนุนการนำงานวิจัยของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาใช้ประโยชน์ โดยล่าสุดมีการนำเทคโนโลยีไพโรไลซิสมาใช้แปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งน้ำมันที่ได้สามารถนำไปใช้กับเครื่องจักรการเกษตร เครื่องสูบน้ำ เรือประมง หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในชุมชน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเปิดช่องทางให้ชุมชนจัดตั้งศูนย์คัดแยกขยะหรือระบบรับซื้อขยะเพื่อสร้างรายได้แก่ประชาชน


ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ในสภาวะปัจจุบันที่ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น การแก้ปัญหาจึงต้องมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกรวม 80 โครงการทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไปจนถึงการแปรรูปขยะเป็นน้ำมัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ชุมชนได้ถึงร้อยละ 20-40 พร้อมช่วยลดปริมาณขยะ เพิ่มรายได้ และสร้างกองทุนหมุนเวียนให้ชุมชนในระยะยาว


สำหรับแนวทางการขับคลื่อนในระยะต่อไป รัฐบาลจะมุ่งขยายต้นแบบชุมชนที่สามารถจัดการขยะและพลังงานได้ด้วยตนเองไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเชื่อมโยงหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และเครือข่ายประชาชน เพื่อให้เทคโนโลยีตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ และเกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง และจะเป็นการยกระดับ “ชุมชนบ้านมั่นคง” ให้เป็นชุมชนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน และบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืนตลอดไป