“อนุทิน” โว รัฐบาลของประชาชนน้ำหนึ่งใจเดียว บอกพบ อดีตนายกฯ ทักษิณ ในงานศพ พูดคุยแสดงความเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเป็นรัฐบาลเดียวกันทำไมจะพบไม่ได้ 


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าจะมีการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาฯ หน้าแน่นอน กังวลหรือไม่ โดยนายอนุทินย้อนถามว่า มันเป็นข่าวใหม่เหรอ เราทราบอยู่แล้วว่าในสมัยประชุมสภาฯ ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาฯได้ปีละ 1 ครั้ง เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องพูดคุยกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าตอนนี้ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่รัฐบาลของประชาชนและเราพูดคุยกันแทบจะทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ก็ทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทุกคนก็ทราบว่าพอเปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 25 สิงหาคม นี้ เรามีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และมีเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ ที่จะต้องเข้าสภาฯ และถือเป็นหน้าที่ของ สส.ฝ่ายตรวจสอบ ที่จะดำเนินการอะไรก็ได้ 

บอกฮั้ว สว.ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

 เมื่อถามว่ามีการเก็งข้อสอบว่าอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำงานทุกวัน ใครถามอะไรมาก็ไม่ต้องเตรียมหรือเกร็ง คนที่ทำงาน เมื่อถูกซักถาม เขาก็ต้องตอบได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอซักฟอก เหมือนที่ตนกำลังตอบผู้สื่อข่าวอยู่ตอนนี้ ส่วนการโหวตจะผ่านแน่นอนหรือไม่นั้น เราต้องมั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน เมื่อถามว่า นายณัฐพงษ์บอกว่า จะมีเรื่องคดีฮั้ว สว.ด้วย มองว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวครับ รัฐบาลหรือพรรคการเมืองทุกพรรคไม่น่าจะมีส่วนร่วมใดๆ ทั้งสิ้น ในการได้มาของ สว. มันเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมีการปล่อยข้อมูลในโลกโซเชียล มองเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ก็อย่างนี้ไงโลกโซเชียลถึงต้องมีงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมว่า อย่าไปเชื่ออะไรในโซเชียลให้มาก ต้องคอยกลั่นกรอง พินิจ พิเคราะห์ พิจารณา เมื่อถามว่า จะมีงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้านมาโหวตให้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดตรงนั้น เสียงของรัฐบาลมีความเข้มแข็ง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 ชี้จะศัตรูหรือมิตรขอมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน

เมื่อถามถึงกรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้างว่า เราไปเจอกันในงานศพของคนที่เราเคารพนับถือไม่ใช่ไปเจอกันในบรรยากาศที่ชื่นมื่นสนุกสนาน พูดคุยพบปะกัน แสดงความเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ เมื่อถามว่าจะมีโอกาสนัดพบกับนายทักษิณ ในโอกาสอื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่รู้จักนายทักษิณ นายสมชาย รวมถึงน.ส.แพทองธาร ก็เจอกันมาตลอด อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องที่พูดคุยกันไม่ได้ ยิ่งมาเป็นรัฐบาลเดียวกันทำไมจะพบไม่ได้หากจะพบ เมื่อถามว่าคำว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ทางการเมืองยังทำได้อยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ถ้ามีเป้าหมายตรงกันคือประชาชน ประเทศชาติได้ประโยชน์ ประเทศเข้มแข็ง ทำแล้วเกิดความเจริญให้กับประเทศ เอาเรื่องส่วนตัวไว้ข้างหลัง เอาเรื่องประเทศชาติประชาชนมาเป็นเป้าหมายให้เราต้องทำให้สำเร็จก่อน 

เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่เหนียวแน่น ไม่จำเป็นต้องดึงพรรคอื่นเข้ามาร่วมรัฐบาลอีกใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “มันเคยมีเรื่องนี้หรือเปล่า” เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้มีการมองกันว่าบางพรรคอยากเข้ามาร่วมรัฐบาลและรอให้มีการสลับขั้ว นายอนุทิน ตอบว่า “ทุกพรรคอยากเป็นรัฐบาล ไม่มีพรรคไหนอยากเป็นฝ่ายค้าน เพราะสามารถขับเคลื่อนการทำงานไปถึงประชาชนได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีการเลือกตั้ง มีการตั้งรัฐบาลเข้ามาแล้วทุกฝ่ายก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ รัฐบาลก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ก็ว่ากันไปแบบนี้ เมื่อถามอีกว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะอยู่ครบ 4 ปี นายอนุทิน หัวเราะก่อนตอบว่า ก็ต้องอยู่ให้ได้ถ้าอยู่ได้ก็ต้องอยู่เพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน เมื่อถามอีกว่าทางการเมืองไม่กังวลอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องกังวลว่าเป้าหมายที่ทำอยู่จะฮิต จะโดนหรือไม่ นโยบายที่รัฐบาลทำไปอย่าง 60-40 ไทยช่วยไทยพลัส ได้รับความชื่นชมจากประชาชนตัวเลขต่างๆ ปรับดีขึ้น ก็อยากให้ตัวเลขต่างๆปรับดีขึ้น ส่วนเสียงของประชาชนที่อยากให้ต่อไทยช่วยไทยพลัส เฟสต่อๆไปหรือไม่ ตนได้ยินทุกอย่าง แต่เราต้องดูเรื่องของวิธีการและงบประมาณ และสิ่งที่เราต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะตรงนี้ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ประชานิยม แต่เป็นการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจ