“สุรศักดิ์” เตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็น 450 บาท คาดดีเดย์ปีหน้า จ่อผุดแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” 1 ตุลาคมนี้ แจกคูปอง 1,000 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง 



วันที่ 14 ส.ค. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) อนุมัติวิธีการและอัตราการจัดเก็บเบื้องต้นแล้ว โดยเตรียมนำเข้าสู่กระบวนการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในลำดับต่อไป สำหรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ได้มีการเสนอแนวทางอัตราค่าจัดเก็บไว้ที่ 450 บาท โดยกำลังพิจารณารูปแบบการจัดเก็บที่เหมาะสมที่สุดจากหลายช่องทาง ได้แก่ การจัดเก็บผ่านตั๋วเครื่องบิน, เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, ตู้คีออส (Kiosk) หรือรวมกับค่าโรงแรมที่พัก 


นายสุรศักดิ์ ย้ำถึงความจำเป็นของนโยบายนี้ว่า เม็ดเงินที่จัดเก็บได้จะถูกนำเข้าสู่กองทุนเพื่อใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนงานศึกษาวิจัย การพัฒนาบุคลากร การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการจัดทำประกันภัยและดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้แก่นักท่องเที่ยว โดยระบุว่าเสียงส่วนใหญ่ทุกคนเห็นด้วยว่าประเทศไทยจะต้องมีกองทุนลักษณะนี้เพื่อนำไปพัฒนาการท่องเที่ยวหลายๆ ด้าน ถ้าไม่มีเลยตัวเลขก็ชัดเจนว่าเมืองไทยกำลังจะถึงจุดอิ่มตัวหรือถดถอยลงไป หากพึ่งพางบประมาณแผ่นดินที่มีจำกัดลงทุกปี ข้อจำกัดในการแข่งขันก็จะมีมาก นโยบายของรัฐบาลจึงมีความตั้งใจที่จะหาเงินนอกงบประมาณมาช่วยขับเคลื่อนและยกระดับการท่องเที่ยวในทุกด้าน 


สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศ ภายใต้แคมเปญ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” วางแนวทางให้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ กระทรวงการคลังต้องการให้ต่อเนื่องจาก โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่จะสิ้นสุดสิ้นเดือนกันยายน  โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อนำมาเยียวยาผู้ประกอบการชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ จะมีการแจกคูปองมูลค่า 1,000 บาท ซึ่งเปิดกว้างให้ใช้สิทธิ์ครอบคลุมธุรกิจบริการประเภทอื่นๆ ด้วย ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ร้านอาหาร เพื่อกระจายรายได้สู่ภาคบริการอย่างทั่วถึง โดยกำหนดสิทธิ์ไว้ที่ 50 สิทธิ์ต่อ 1 คน และจะใช้งานผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย 


“โครงการดังกล่าวจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อระบบหลังบ้าน และระบบการลงทะเบียนของกระทรวงการคลังมีความพร้อมสมบูรณ์ 100% เพื่อป้องกันปัญหาคอขวดที่อาจทำให้ประชาชนใช้งานยากและเกิดความสับสนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เราจะทำได้เร็วที่สุด แต่ต้องพร้อมที่สุด เพื่อประชาชนแล้วใช้แล้วไม่มีปัญหา”


ทางด้านนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวเสริมถึงรายละเอียดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่า จากเดิมวางแนวทางจัดเก็บ 300 บาท หรือ 10 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลการศึกษาล่าสุดเมื่อคำนวณจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และต้นทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พบว่าอัตราฐานที่เหมาะสมควรมากกว่า 490 บาท แต่ได้ประเมินว่าอัตรา 450 บาท หรือประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นระดับที่เหมาะสมและไม่สร้างผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวมากเกินไป โดยในส่วนของกรอบระยะเวลาการบังคับใช้นั้น คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บทางช่องทางอากาศได้ในปีหน้า โดยจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน ขณะที่ช่องทางบกและทางน้ำจะใช้เวลาเตรียมการอีก 360 วัน เนื่องจากมีความซับซ้อนและต้องคำนึงถึงความหนาแน่นบริเวณด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านสำคัญอย่างด่านสะเดา