“สีหศักดิ์” หารือรองนายกฯรัสเซีย ดันเสริมศักยภาพเศรษฐกิจ 2 ประเทศ รุกผลักดัน FTA ไทย-ยูเรเชีย พร้อมเคลียร์ปัญหาระบบชำระเงินและอุปสรรคการค้า เปิดทางเอกชนไทยเจาะตลาด 180 ล้านคนเชื่อว่าการประสานงานรัฐต่อรัฐ ปัญหาจะคลี่คลาย  



วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบหารือกับนายอเล็กซานเดอร์ โนวัค (Alexander Novak) รองนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย - รัสเซียด้านการค้า การลงทุน การเกษตร และพลังงาน พร้อมผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและศักยภาพด้านเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะการผลักดันการเริ่มต้นเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย - สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thai - EAEU FTA) ซึ่งสำหรับรัสเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 36 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือในกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจพหุภาคี อาทิ BRICS ที่ไทยเป็นประเทศหุ้นส่วน 


นายสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือ กับรองนายกรัฐมนตรีรัสเซียที่รับผิดชอบเรื่องเศรษฐกิจว่า สิ่งที่เขาอยากให้ไทยสนับสนุน คือการพิจารณาว่ารัสเซียเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ เรื่องน้ำมัน เรื่องแก๊สและนิวเคลียร์ ที่รัสเซียมีความอุดมสมบูรณ์ และมีความก้าวหน้า แต่อย่างไรก็ดีขณะนี้ มีปัญหาเรื่องการชำระเงิน การทำธุรกรรม ทางรัสเซียเห็นว่าทำได้ ไม่ใช่การละเมิดการคว่ำบาตร และมีวิธีการ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน ในระดับภาคเอกชน ว่าจะมีความสบายใจอย่างไรเกี่ยวกับวิธีการชำระเงิน 


นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าอยากจะส่งสินค้าทางการเกษตรไทยมารัสเซีย ซึ่งในครั้งนี้มี นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เดินทางมาด้วย  ซึ่งมองว่ารัสเซีย มีศักยภาพ ทั้งตลาดรัสเซีย และร้านอาหารไทยในรัสเซียที่ได้รับความนิยมและจำเป็นต้องใช้เครื่องปรุงรวมถึงสินค้าอาหารจากไทย เพียงแต่ติดขัดในเรื่องของอุปสรรค ที่ไม่ใช่ภาษี แต่เป็นเรื่องของมาตรฐานสุขอนามัยที่ต้องมีการตรวจสอบโรงงานผลิต ซึ่งรัสเซียได้มาตรวจสอบของไทยแล้ว ขณะเดียวกันรัสเซียมีความสนใจ ส่งเนื้อวัวและหมูไปเมืองไทย แต่เรายังไม่ได้มาตรวจสอบโรงงานผลิต หรือดำเนินการยังไม่เรียบร้อย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยให้ความสำคัญและส่งตัวแทนระดับสูงมาร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Joint Commission on Bilateral Cooperation – JC) ครั้งที่ 9 ด้วย 


นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องเอกสาร ภาษารัสเซีย ที่เป็นอุปสรรค จึงมาพูดคุยกันเพื่อให้การค้าการลงทุนราบรื่นขึ้น และเตรียมที่จะขยายโอกาสมากขึ้น ซึ่งต้องดำเนินการติดตามต่อไป


นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงการพบและหารือกับนายบาคึตจาน ซากินตาเยฟ (Bakytzhan Sagintayev) ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชียว่า ยูเรเซียมีตลาด 180 ล้านคน มี GDP ที่ 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ กระทรวงการต่างประเทศเราเน้นเรื่องการทูตที่ตอบโจทย์ของประเทศ คือการทูตเศรษฐกิจ ช่วงนี้ยอมรับว่าเรามีปัญหาการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ จึงต้องหาทางเลือกของเรา และคิดว่าภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ การเดินทางมาแต่ละครั้ง นอกจากพบปะพูดคุยในประเด็นด้านการเมืองความมั่นคงแล้ว เป็นโอกาสดีที่จะผลักดันเรื่องเศรษฐกิจ


นายสีหศักดิ์กล่าวว่าการหารือกับยูเรเซีย ได้หยิบยกประเด็นสำคัญคือ เรื่องที่เราอยากเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศนี้ ซึ่งได้ยื่นความจำนงมา 10 ปีแล้ว แต่ไม่มีความเคลื่อนไหว หรือคืบหน้า และเมื่อ 2 เดือนที่แล้วได้เดินทางไปที่คาซัคสถาน ที่เป็นประธานยูเรเซีย ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับประเทศไทย จึงถือโอกาสหารือ ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุน  ส่วนการเดินทางมารัสเซียครั้งนี้จึงได้หยิบยกขึ้นหารืออีก เนื่องจากยังมีกระบวนการทางเทคนิคและต้องมีการสำรวจ ว่าจะเกิดประโยชน์มากน้อยแค่ไหน พร้อมขอให้เร่งดำเนินการ ซึ่งเราจะทำการศึกษาร่วมกัน เนื่องจากต้องใช้เวลา กว่า 1 ปี และเมื่อศึกษาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องเจรจาก็ต้องใช้เวลาอีก จึงขอให้สำนักเลขาธิการยูเรเซียช่วยเร่งรัด


นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันมีคณะทำงานร่วมกันระหว่างไทยและยูเรเซีย และพูดคุยหลายเรื่อง ทั้งความร่วมมือการค้า เศรษฐกิจ เขาเองเห็นว่า คณะทำงานที่มีอยู่ไม่ได้ประชุมสักระยะแล้ว ในทางคู่ขนานกันไปก็จะพยายามเดินหน้าขับเคลื่อนการเจรจาเขตการค้าเสรี ขณะเดียวกันเรามีกลไก คณะทำงานด้านการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งเขาก็สนใจ เพราะเห็นว่าประเทศไทยเศรษฐกิจอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เรื่องนี้กลุ่มประเทศยูเรเซีย สามารถเข้ามาสนับสนุนและลงทุน ประเทศไทยได้ 


“เขามองประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน เพราะทุกวันนี้ คนก็มองไปที่อาเซียน โดยเฉพาะยุคที่มีความขัดแย้งต่างๆของตะวันออกกลาง ที่ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อใด หลายฝ่ายมองว่าในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ อาเซียน มีความปลอดภัยสูง จึงเป็นจังหวะดีที่เราจะผลักดันประเด็นเหล่านี้” นายสีหศักดิ์ กล่าว


นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ได้รับประทานอาหารกลางวันกับสภาธุรกิจรัสเซีย-ไทย ที่มีความกระตือรือร้นอย่างมากในการแสวงหาโอกาสการค้าการลงทุนกับประเทศไทย มีการพานักธุรกิจจากหลายสาขา เช่นอาหาร ยา และพลังงาน ขณะเดียวกันเอกชนไทยก็มีความสนใจที่จะมาลงทุนในรัสเซีย แต่ยังติดปัญหาเรื่องการชำระเงินและธุรกรรมทางการเงิน และกติกาต่างๆ ที่ต้องมาพูดคุยกัน


“ผมคิดว่า ที่ผ่านมาไทย-รัสเซียอาจจะมีความห่างกันในการติดต่อระดับสูงหรือระดับการเมือง และการเยือน ซึ่งเชื่อว่าถ้ามีการติดต่อระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ปัญหาอุปสรรคคงจะคลี่คลาย เปิดโอกาสให้เอกชนสามารถทำธุรกิจ เพราะในที่สุดภาครัฐพยายามที่จะพูดคุยทำให้กติกาต่างๆ เป็นประโยชน์ที่สุด กับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แต่ในที่สุดแล้วผู้ที่จะขับเคลื่อนจริงๆ คือภาคเอกชน แล้วภาคเอกชนครั้งนี้ก็มีความตื่นตัว มาร่วมคณะด้วย ระหว่างที่ตนประชุมกับภาครัฐ เอกชนก็ได้ประชุมหารือกับภาคเอกชนของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี และหลังจากนี้ภาคเอกชนจะติดตามขยายผลต่อไป และคงจะนำไปสู่การร่วมทุน การค้าการลงทุนระหว่างกัน” นายสีหศักดิ์ กล่าว