กกต.แจงปม จนท.พัวพันทุจริตเลือกตั้งปี 66 ที่ “ตาก-อำนาจเจริญ” พบเรียกรับเงินจริง ตั้งสอบ-ไล่ออกแล้ว 1 คดี เผยเส้นเงินผู้โอนไม่ใช่ตัว สส. ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงตัว สส.
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะฯ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตอบคำถามถึงกรณีที่มีพนักงาน กกต. เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีการเลือกตั้ง สส. ว่า กกต. ได้มีการดำเนินคดีและตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ โดยระบุว่า ก่อนหน้านั้นได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในสำนวน การสืบสวนไต่สวนการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2566 ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา และมีการสั่งให้ไปไต่สวนเพิ่มเติมใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดตาก และจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นสำนวนคดีของ สส.
สำหรับกรณีที่จังหวัดตาก ซึ่งเป็นเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นและมีปัญหาในลักษณะทุจริตเรียกรับเงิน ทางสำนักงาน กกต. ได้รับทราบข่าวและมีผู้ร้องเรียนเข้ามา จึงได้ตั้งกรรมการสอบสวน และพบว่าเจ้าหน้าที่รายนั้นมีการกระทำผิดจริง ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการสอบสวนได้มีมติให้ไล่ออก ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนกรณีที่จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นอีกเคสที่ส่วนกลางส่งเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้าไปสืบสวนไต่สวนเพิ่มเติมในคดี สส. ก็พบว่ามีการร้องเรียนและพบพฤติการณ์ทุจริตรับเงินเช่นกัน จึงได้มีการตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่คนนี้ถูกไล่ออกไปก่อนในเคสแรก แต่ขั้นตอนทางวินัยยังคงดำเนินการค้างอยู่ ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีความเห็นเบื้องต้นว่าควรให้ไล่ออกและปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นสุดท้ายของคณะอนุกรรมการฯ เพื่อลงมติว่าจะเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลมติในเร็วๆ นี้
ในส่วนของ สส. ที่ถูกร้องเรียนเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง สส. สำนวนนั้นก็เป็นอีกสำนวนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้าไปทำ แต่ปรากฏในภายหลังว่ามีเส้นทางการเงินโอนเข้าหาเจ้าหน้าที่ โดยผู้โอนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่ตัว สส.
เมื่อถามย้ำว่า จะมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากมีการระบุชื่อบุคคล เช่น น.ส.ญาณี สีฟ้า ซึ่งเป็น สจ. ที่สนิทสนมกับ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งสำนวนใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยหากจะตั้งเป็นความปรากฏ ได้นั้น จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงเพียงพอ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานในเชิงนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานบุคคลที่ยืนยันไปถึงขนาดนั้น จึงยังไม่มีการตั้งสำนวนไปยังตัว สส. ที่เกี่ยวข้อง เรื่องจึงจบลงแค่นั้นก่อน ส่วนสำนวนการเลือกตั้ง สส. ที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเคยลงไปทำนั้น ได้มีการวินิจฉัยไปแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นอย่างไร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องนำสำนวนทุจริต สส. ดังกล่าวกลับมาทบทวนใหม่หรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตอาจทำให้ข้อมูลที่ กกต. ได้รับไม่ตรงกับความเป็นจริง นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการทบทวนสำนวนใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากยังไม่มีเหตุปัจจัยหรือหลักฐานที่ถึงขนาดที่จะตั้งสำนวนใหม่ได้ โดยเรื่องร้องเรียนของตัว สส. ในการเลือกตั้งจบไปแล้ว แต่สำนวนใหม่ของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวที่ปรากฏเส้นเงินในภายหลังยังไม่ไปถึงเหตุที่จะต้องตั้งสำนวนเพิ่มเติมกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้