ป.ป.ช. แจงความคืบหน้าสะสางคดีมหากาพย์ “โกงสอบท้องถิ่น” ลุยรวบรวมพยานหลักฐานทั่วประเทศ ไม่มีล้มมวย ไม่เคยเจอตอ
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมพาร์ค อินน์ จังหวัดสระบุรี นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีทุจริตสอบแข่งขันบุคคลเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างการเร่งรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งมีจำนวนมากและกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ รวมทั้งเป็นเรื่องอ่อนไหวเนื่องจากผู้เกี่ยวข้องบางส่วนมีส่วนในการกระทำความผิด จึงต้องทำงานด้วยความระมัดระวังและรอบคอบที่สุด
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการควบคู่กันไป คือการตั้งคณะทำงานอีกชุดขึ้นมาเพื่อตรวจสอบกระดาษคำตอบโดยเฉพาะ เพื่อพิสูจน์ทราบว่ามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคะแนนมากน้อยเพียงใด ซึ่งถือเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ตรงไปตรงมา ไม่น่ากังวล แต่เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสเป็นหลัก โดยยังคงตั้งกรอบเวลาทำงานไว้ที่ 3–6 เดือนตามเดิม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการขยายผลไปถึงข้าราชการระดับสูง และอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) รวมไปถึงระดับนักการเมืองหรือรัฐมนตรี รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เรียกข้าราชการระดับสูงเข้ามาไต่สวน เนื่องจากต้องเก็บหลักฐานพยานกลุ่มใหญ่และระดับล่างก่อน อย่างไรก็ดี ป.ป.ช. ไม่ได้ตั้งเป้าหมายเจาะจงที่ตัวบุคคล แต่จะยึดตามพยานหลักฐานเป็นหลัก หากพบข้อพิรุธเชื่อมโยงไปถึงอธิบดีคนเก่า การจัดทำ TOR เอื้อประโยชน์ หรือไปถึงระดับรัฐมนตรี ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องถูกเชิญมาสอบสวนและดำเนินคดีทั้งหมด
สำหรับข้อครหาว่าคดีนี้อาจกลายเป็น “มวยล้มต้มคนดู” หรือจะไปชนตอใหญ่นั้น นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันหนักแน่นว่า ป.ป.ช. ไม่เคยเจอตอ การทำงานทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานที่มั่นคงก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหา และไม่กังวลเรื่องการทำลายหลักฐานเพราะพยานหลักฐานมีความสอดรับกันจนยากจะเปลี่ยนแปลง จึงขอให้ประชาชนใจเย็นๆ และอดทนรอ ส่วนกรณีที่ สถ. เตรียมส่งรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,925 คน หรือกรณีความเชื่อมโยงกับการโกงสอบท้องถิ่นพัทยาเมื่อปี 2564 นั้น หากมีการส่งเรื่องหรือพบหลักฐานเกี่ยวเนื่องกัน ป.ป.ช. ก็พร้อมนำมารวมในสำนวนเพื่อขยายผลฟันผู้กระทำผิดยกแก๊งต่อไป