“ชัยชนะ” ย้ำให้เกียรติตำรวจ พร้อมรับการตรวจสอบจากพรรคประชาธิปัตย์ ขอสังคมให้ความเป็นธรรม ยืนยันไม่ได้ทำร้ายร่างกายใคร
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า ตนให้เกียรติและเคารพข้าราชการตำรวจมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าให้การสนับสนุนและปกป้องตำรวจ โดยเฉพาะในประเด็นด้านงบประมาณและกำลังพล
นายชัยชนะ กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ ตนได้ต่อสู้เรื่องงบประมาณเพื่อสนับสนุนการทำงานของตำรวจมาโดยตลอด จึงขอเรียนไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บังคับบัญชาตำรวจทุกระดับว่า ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้เกียรติ เคารพการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ
“ผมให้เกียรติและเคารพในการทำหน้าที่ ผมปกป้ององค์กรนี้ เพราะถือว่าเป็นองค์กรที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน” นายชัยชนะ กล่าวและว่า
ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอโทษพี่น้องประชาชน หากข่าวที่เผยแพร่ออกไปทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อตนเอง แต่ขอให้สังคมให้ความเป็นธรรมด้วย เนื่องจากยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ตนไม่ได้ทำร้ายร่างกายใคร พร้อมขอให้ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมตามกระบวนการต่อไป
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนยินดีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของพรรคอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ และพร้อมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการทุกประการ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ
โฆษก ปชป.ชี้ข้อมูลขัดแย้งกัน
ด้านนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า จะต้องดำเนินการโดยยึดหลักการและปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจ วันนี้สามฝ่ายที่มีข้อเท็จจริงปรากฏ ยังขัดแย้งกัน คือ ในส่วนของ รอง ผกก.ที่เป็นผู้เสียหาย เพิ่งแจ้งความดำเนินคดี หลังเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว 4 วัน โดยแจ้งข้อกล่าวหาเพียงว่า มีการทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เข้ามาตรา 391 ป.อาญาเพื่อเรียกร้องศักดิ์ศรีของตำรวจ ส่วน ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ในฐานะผู้บังคับบัญชา ที่ให้สัมภาษณ์ 4-6 ครั้ง โดยช่วงแรกพูดว่า ไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่วันถัดมาพูดว่า มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ ครั้งต่อมา ผกก.กลับยืนยันว่า เกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง แต่เป็นการหยอกล้อไม่มีเจตนาทำร้าย ด้านนายชัยชนะเข้าพบพนักงานสอบสวน ยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำร้าย และไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายรองผู้กำกับ ข้อมูล 3 ฝ่ายจึงขัดแย้งกัน โดยพรรคพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจ ซึ่งทั้งนายชัยชนะและรอง ผกก.ได้สรุปว่า เป็นการหยอกล้อกัน
แนะพิสูจน์ที่เจตนา
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญคือ 2 เรื่อง 1.การได้รับบาดเจ็บหรือไม่ มีเจตนาหรือไม่ ซึ่งนายชัยชนะรับทราบข้อกล่าวหา โดยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายให้รับบาดเจ็บ ก็ต้องมาพิสูจน์เรื่องของเจตนา ซึ่งนายชัยชนะยืนยันว่าเป็นการหยอกล้อ ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราต้องการรู้ว่า นายชัยชนะมีเจตนาหรือไม่ หากมีเจตนาในการทำร้ายก็ย่อมผิดอยู่แล้ว พรรคจึงแสวงหาข้อเท็จจริง เช่น พยานแวดล้อม บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยได้ขอคลิปเหตุการณ์ หากพบว่า นายชัยชนะ มีเจตนาทำร้ายจริงๆ พรรคก็ต้องดำเนินการในเรื่องจริยธรรมและระเบียบพรรคการเมือง ดังนั้น ถ้าท่านใดมีพยานแวดล้อม, พยานหลักฐาน, คลิปภาพ หรือผู้เสียหายมายืนยัน เราพร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องตามระเบียบพรรค
ย้ำตำรวจไม่ใช่ทาสนักการเมือง
เมื่อถามว่า นายชัยชนะ ระบุว่าเรื่องนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นายพงศกร กล่าวว่า พรรคไม่มีส่วนแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมแน่ มีแต่การสนับสนุน จึงขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งตำรวจเองก็ต้องเป็นคนพิทักษ์รับใช้ประชาชน ไม่ใช่เป็นทาสของนักการเมือง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ตำรวจไม่ควรรับฟัง แต่เอาข้อเท็จจริงมาสู้กัน ไม่ควรที่จะมีพรรคการเมืองใดเข้าไปแทรกแซง หากนายชัยชนะทำผิดก็จะต้องสอบจริยธรรม หากพบว่า ทำผิดจริงก็ต้องดำเนินการตามระเบียบเพื่อรักษาอุดมการณ์พรรคและจริยธรรมของนักการเมือง ส่วนจะกระทบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคหรือไม่ ตนมองว่า พรรคอยู่มา 80 ปีย่อมมีความผิดพลาดได้ ยืนยันว่า หากนายชัยชนะผิดจริง พรรคต้องดำเนินการภายในพรรคเพื่อรักษาอุดมการณ์พรรคและจริยธรรมนักการเมืองแน่นอน