“รมต.สุขสมรวย” เดินหน้าโครงการเพิ่มทุน-ลดดอกเบี้ย เต็มสูบ ยืนยัน ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ปลดหนี้นอกระบบ สำเร็จเป็นรูปธรรม
วันที่ 14 ส.ค. 2569 นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลซึ่งนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” วงเงินกว่า 4,452 ล้านบาท โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้กองทุนหมู่บ้านลงครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยสมาชิกกว่า 12 ล้านคนทั่วประเทศให้เข้าถึงแหล่งทุนอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งชักชวนกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้สมาชิกโดยเร็วที่สุด เนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก ประชาชนฐานรากต้องการสภาพคล่องเพื่อประกอบอาชีพและเพิ่มรายได้ กองทุนหมู่บ้านคือแหล่งทุนหมุนเวียนระดับรากหญ้าที่จะลดภาระดอกเบี้ยและเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
นางสุขสมรวย กล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2570 ตนให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับการเพิ่มทุน ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ปี 2555 โดยจะนำงบประมาณเดิมที่ค้างท่ออยู่ราว 3,400 ล้านบาท มาใช้ฟื้นฟู พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือแบบจับมือทำ ตั้งแต่การจดทะเบียนนิติบุคคลจนถึงการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่
“อยากเห็นกองทุนหมู่บ้านที่ยังไม่ผ่านการประเมินฟื้นคืนสถานะได้ และอยากให้สมาชิกมีวินัยทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้หลุดพ้นจากหนี้นอกระบบที่มีต้นทุนสูง” นางสุขสมรวยกล่าว
ด้านนางสายหยุด ยศกลาง ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านเขตคลองสามวา และประธานชุมชนหมู่ 3 แขวงสามวาตะวันออก กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนสนับสนุนรัฐบาลที่ได้เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เพราะกองทุนหมู่บ้านช่วยให้สมาชิกหลุดพ้นจากวงจรหนี้นอกระบบได้จริง โดยกองทุนหมู่ 3 เริ่มต้นจากเงินออมสมาชิก 50 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 100 บาท ก่อนได้รับการจัดสรรเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และปล่อยกู้ให้สมาชิกเริ่มต้นที่ 30,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6 ต่อปี ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนอกระบบอย่างมาก
ปัจจุบันกองทุนมีเงินหมุนเวียนในบัญชีที่ 1 ประมาณ 2 ล้านบาท และบัญชีที่ 2 ประมาณ 4 ล้านบาท ความสำเร็จสำคัญคือสมาชิกไม่มีหนี้นอกระบบ โดยใช้ระบบค้ำประกันชัดเจน เช่น โฉนดที่ดินหรือทองคำ และพิจารณาจากวินัยการผ่อนชำระ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่พี่เลี้ยงฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่เคยล้มเหลวในพื้นที่ใกล้เคียงจนกลับมาดำเนินการได้สำเร็จหลายแห่ง
“แต่ก่อนชาวบ้านในหมู่บ้านยากจนมาก เข้าไม่ถึงแหล่งเงิน ต้องพึ่งหนี้นอกระบบ เดี๋ยวนี้ถ้าเป็นสมาชิกกองทุน ไม่ต้องกู้เงินนอกระบบอีกต่อไป กรรมการกองทุนช่วยเหลือทุกคน แต่ยึดหลักพูดจริงทำจริง และเน้นสร้างโอกาสให้พื้นที่อย่างเต็มที่” นางสายหยุดกล่าว