“โรม” ชี้ปม “ชัยชนะ” ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ หากผิดจริง ต้องเอาผิดตามกฎหมายเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง ปชน.เริ่มถกข้อมูลแก้พ.ร.บ.อาวุธปืน ติงมีปืน 30-40 กระบอก เกินจำเป็น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐสภาหรือฝ่ายค้านหรือไม่ ว่า ตนยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดของข้อเท็จจริงในเหตุการณ์อย่างรอบด้าน แต่เห็นว่า หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และควรดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง จะได้ไม่มีใครกล้าทำแบบนั้น ประเด็นสำคัญคือการวางตัวของส่วนราชการ ตามหลักต้องวางตัวเป็นกลาง จึงต้องตรวจสอบ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือส่วนราชการเข้าไปช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการหาเสียง เช่น การเข้าไปช่วยเหลือผู้สมัครหรือกลุ่มการเมืองที่ถูกเรียกว่าช่วยน้ำเงินด้วย ก็ต้องตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดทางวินัยหรือไม่
จี้ ความชัดเจนแก้ปัญหาครองอาวุธปืน
นายรังสิมันต์ กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุกราดยิงบ่อยครั้ง ล่าสุดที่ จ.นครราชสีมา มีความกังวลหรือไม่ ว่า ตนเชื่อว่าทุกคนกังวลแน่นอน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราอาวุธปืน ต่อสัดส่วนประชากรสูงติดอันดับโลก บวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมหลายครั้ง ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามาตรการที่เกี่ยวกับอาวุธปืนมีปัญหาแน่ ๆ ถ้าไม่มีมาตรการที่สร้างความปลอดภัยออกมา ต้องอยู่ในความหวาดกลัวต่อไป จนถึงวันนี้ เรายังไม่เห็นความชัดเจน นอกจากคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่บอกว่าอย่าไปพก วันนี้ เมื่อเราจะแก้ปัญหาเรื่องปืน ต้องกลับมาที่หลักการก่อน ว่าตกลงแล้วนโยบายของรัฐต้องการให้ประชาชน ถือครองอาวุธปืนหรือไม่
ซึ่งถ้าจะมีข้อยกเว้นในกลุ่มข้าราชการ ตำรวจ ทหารก็ต้องระบุเงื่อนไขให้ได้ เมื่อถามว่ากลุ่มที่โดนพุ่งเป้าคือนักการเมือง ที่มีปืนไว้ในครอบครองจำนวนมาก นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราอาจจะเริ่มต้นว่านักการเมือง ตำรวจ ทหาร นักปกครอง ต่างก็มีปืน คำถามคือความจำเป็นของอาวุธปืนมีหรือไม่ แล้วถ้าแก้ไขเรื่องความจำเป็นของอาวุธปืนได้ จะมอบความปลอดภัยให้พวกเขาได้อย่างไร
“ไม่ต้องอะไรมาก อย่างผม ผมก็ไม่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสามารถให้ความปลอดภัยกับผมได้ เผลอๆ น่ากลัวกว่าโจรก็ คือเจ้าหน้าที่รัฐนี่แหละ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องมาคุยกันว่า ถ้ารัฐจะลดอาวุธปืน คำถามที่สำคัญคือคุณจะมอบความปลอดภัยให้เขาได้อย่างไร”
เผย ปชน.เริ่มถกข้อมูลชงแก้พ.ร.บ.อาวุธปืน
เมื่อถามว่าพรรคปชน.จะเสนอแก้กฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืนหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้เราเริ่มมีการพูดคุย ตนในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯ เบื้องต้นได้หารือกับทีมที่ปรึกษา เลขานุการ กมธ. ว่าเรื่องนี้เรามีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการ เพราะสถานการณ์นี้ ถ้าไม่มีทางออกอาจจะเกิดขึ้นซ้ำ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และจะมีการพิจารณาต่อไป เมื่อถามว่าความจำเป็นในการครอบครองปืน สามารถนิยามได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน เช่น ถ้ามีประวัติเกี่ยวกับการถูกคุกคาม คนร้ายคนนั้นยังจับตัวไม่ได้ ตนก็คิดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ดุลยพินิจได้ หรือเป็นอาชีพที่จำเป็นจริงๆ สิ่งที่ต้องตามมาคือการตรวจสุขภาวะให้ชัดเจน ตกลงแล้วนายอนุทินอยากให้สังคมไทยมีอาวุธปืนมากน้อยแค่ไหน ถ้าท่านจะเอาแบบญี่ปุ่น คือจำกัดเยอะๆ ท่านต้องมีนโยบายให้เขา ไม่ว่าจะเป็นการรับซื้ออาวุธปืนหรือการอภัยโทษหรือไม่ เพื่อจูงใจให้เขากล้าเอาปืนที่ผิดกฎหมายคืนให้รัฐ
ติง นักการเมืองพก 30-40 กระบอกเกินจำเป็น
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้านักการเมืองจะต้องมีปืน อาจจะไม่ทุกคน ควรพิจารณาบนข้อเท็จจริง ย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนที่ถูกคุกคาม ดังนั้น ไม่ควรจะมองแค่อาชีพอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าเป็นนักการเมืองเท่ากับต้องมีปืน แต่ต้องดูว่ามีความจำเป็นอะไร เมื่อถามว่านักการเมืองบางคนมี 30-40 กระบอก จำเป็นหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า 30-40 กระบอก ตนว่า อาจจะเกินกว่าความจำเป็นในการป้องกันตัว ถ้าจะมีปืนราวกับว่ามีรถในโกดัง คิดว่าไม่ใช่ความจำเป็น ตนยังมองว่าในจุดยืนส่วนตัว อาวุธปืนควรถูกใช้เพื่อป้องกันตัวเอง ถ้าใช้เพื่อป้องกันตัวเอง การมีอาวุธปืนเป็นคลังแสงอาจจะไม่ใช่คำตอบเรื่องการป้องกันตัวเอง