“เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่ชัยนาท ติดตามน้ำท่วม-น้ำแล้ง 4 จังหวัดลุ่มน้ำ รับมือสภาพอากาศผันผวน วางเครือข่าย พร้อมส่งกำลังสนับสนุนข้ามพื้นที่ กำชับเรื่องภัยพิบัติ เราต้องคิดให้ไกลกว่าพื้นที่ของตัวเอง


วันที่ 12 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามแผนงานและการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และแผนการเตรียมความพร้อมในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และอุทัยธานี ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทขณะนี้จะยังไม่มีสถานการณ์น้ำท่วมก็ตาม


นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงสถานการณ์เฉพาะหน้าว่าพื้นที่ใดกำลังประสบภัย แต่ต้องการติดตามว่า “แผนงานและระบบความพร้อม” ของแต่ละพื้นที่มีประสิทธิภาพเพียงใด ทั้งการวางแผน บุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อให้เมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ใด สามารถสนับสนุนและเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว


“ในนามของรัฐบาล ผมขอส่งผ่านความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เตรียมกำลังคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อม และหากพื้นที่ใดเกิดเหตุและต้องการการสนับสนุน ก็ต้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว” นายเจเศรษฐ์กล่าว


นายเจเศรษฐ์ ยังได้กำชับหน่วยงานด้านการประปาให้เตรียมความพร้อมและบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการติดตามสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการน้ำต้นทุน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในช่วงที่สภาพอากาศมีความแปรปรวน พร้อมให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำในระยะต่อไป


นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและอัปเดตข้อมูลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางและการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าหรือผ่านพื้นที่ต่าง ๆ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเตรียมตัวได้อย่างปลอดภัย


“ผมขอให้ทุกหน่วยงานอัปเดตข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที เพราะข้อมูลที่เร็วและถูกต้องมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางไปในพื้นที่ หากเรารู้ว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง มีฝนตกหนัก หรือมีสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง ก็จะได้วางแผนการเดินทางและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่เตรียมหน่วยงานให้พร้อม แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้ข้อมูลและพร้อมไปกับเราด้วย” นายเจเศรษฐ์กล่าว


ภายหลังการประชุม นายเจเศรษฐ์ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท พร้อมตรวจติดตามความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และสามารถเคลื่อนย้ายเข้าสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ


“เรื่องภัยพิบัติ เราต้องคิดให้ไกลกว่าพื้นที่ของตัวเอง เพราะภัยไม่ได้หยุดอยู่ที่เส้นเขตจังหวัดหรือเส้นเขตประเทศ หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่ไหนและมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ เราต้องมีระบบที่สามารถส่งต่อกำลังและทรัพยากรไปสนับสนุนได้ นี่คือการทำงานแบบเครือข่ายที่กระทรวงมหาดไทยต้องสร้างให้เกิดขึ้น” นายเจเศรษฐ์กล่าว