“สุขสมรวย” กางแผนปี 70 ดันเงินค้างท่อ 3.4 พันล้าน กระจายสู่กองทุนหมู่บ้าน สร้างงาน สร้างอาชีพ หลังรัฐบาลอัดฉีด 4.4 พันล้าน ช่วยแก้หนี้กว่า 12 ล้านรายสำเร็จ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก


วันที่ 12 สิงหาคม 2569 นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนและยกระดับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองว่า ในปีงบประมาณ 2570 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เตรียมเดินหน้านโยบายรัฐบาลที่มุ่งสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน ด้วยการพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ และอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเป็นทุนในการสร้างอาชีพให้กับประชาชน ซึ่งจะนำร่องให้แก่กองทุนหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพสูง (กองทุนสีเขียวเข้ม) เพื่อผลักดันให้กองทุนเหล่านี้เป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กันไป 


โดยทางกองทุนฯ มีแนวทางที่จะนำงบประมาณค้างท่อที่สะสมมาตั้งแต่ปี 2555 จำนวน 3,400 ล้านบาท มาจัดสรรให้แก่กองทุนหมู่บ้านที่มีความพร้อมแต่ยังไม่ได้รับการเพิ่มทุน แห่งละ 1 ล้านบาท ซึ่งหากสามารถจัดสรรได้ครบถ้วนจะช่วยกระจายเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจระดับหมู่บ้านให้เกิดเป็นรูปธรรมได้โดยเร็วที่สุด


นางสุขสมรวย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาในปีงบประมาณ 2569 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” วงเงิน 4,452 ล้านบาท ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือสมาชิกกองทุนหมู่บ้านกว่า 12 ล้านคน ใน 79,610 กองทุนทั่วประเทศ โดยรัฐบาลช่วยรับภาระจ่ายดอกเบี้ยที่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านจะต้องจ่าย จำนวนร้อยละ 50 โครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกองทุนหมู่บ้านฯ ที่เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนระดับฐานรากในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน


ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานดังกล่าวของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ถือว่าสอดรับกับเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการช่วยเหลือให้ประชาชนหลุดพ้นจากวงจรหนี้นอกระบบ และมีทุนหมุนเวียนในการพัฒนาอาชีพได้อย่างยั่งยืน


“เราต้องการเปลี่ยนกองทุนหมู่บ้านให้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการค้ำชูเศรษฐกิจของประเทศ หากสมาชิกมีวินัยและสามารถนำเงินทุนไปต่อยอดสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้จริง รัฐบาลก็พร้อมที่จะอัดฉีดงบประมาณสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนฐานรากทั่วประเทศ”