2 รมช.มท. ประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมรุกทั่วประเทศ สั่งผู้ว่าฯ สแกนโรงแรมผิดกฎหมาย-ทุนเทา-นอมินี ฟันเละไม่มีละเว้น
เมื่อเวลา 14.00 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจอำนวยการจัดระเบียบสังคม กระทรวงมหาดไทย (ฉกอ.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมีผู้บริหารระดับสูง นำโดย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายวิฬุรห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการทั่วประเทศร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์
นายพลพีร์ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายสำหรับผลการปฏิบัติงานตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำให้ทำข้อมูลเชิงลึกก่อนเข้าปฏิบัติการจริง โดยเฉพาะปัญหาโรงแรมและที่พักที่ไม่มีใบอนุญาตและไม่เข้าร่วมระบบการรายงานข้อมูลผู้เข้าพัก ซึ่งสุ่มเสี่ยงเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของแก๊งสแกมเมอร์ ทุนเทา และขบวนการค้ายาเสพติด ยกตัวอย่างกรณีล่าสุดในพื้นที่เขตห้วยขวาง ที่เปิดโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตมานานถึง 9 ปี และใช้นอมินีบังหน้า
ดังนั้น จึงมีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสแกนตรวจสอบสถานประกอบการและโรงแรมในพื้นที่ทั้งหมด โดยแยกแยะกลุ่มที่มีใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาตให้ชัดเจน แล้วรายงานกลับมายังกรมการปกครองภายใน 7 วัน หากพื้นที่ใดมีปัญหาให้นำ "ภูเก็ตโมเดล" ไปปรับใช้ และหากรายใดไม่ยินยอมปรับปรุงให้ถูกต้อง ห้ามเปิดทำการโดยเด็ดขาด หากปล่อยปละละเลย เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำปัญหายาเสพติดและกัญชา ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยระบุว่าร้านกัญชาต้องใช้ "เพื่อทางการแพทย์เท่านั้น" หากพบร้านใดไม่มีใบอนุญาต ใบอนุญาตหมดอายุ ไม่มีแพทย์หรือเภสัชกรประจำ หรือขายให้ผู้ไม่มีใบรับรองแพทย์ ให้สั่งปิดทันที พร้อมสั่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบนิติบุคคลที่เป็น "นอมินี" ถือครองที่ดิน ย้อนหลัง 30 วัน เพื่อป้องกันการโอนหุ้นหนีคดี และขยายผลไปยังธุรกิจรถเช่า บริษัททัวร์ และบริษัทบัญชี-ทนายความที่อุ้มนอมินีต่างชาติ
ด้านนายเจเศรษฐ์ เผยถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนตามนโยบายรัฐบาลว่า กำลังเร่งอุดช่องว่างทางกฎหมาย โดยเข้าตรวจสอบและกวดขันการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (ป. 3) และใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป. 4) ที่มีจำนวนมากเกินความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อป้องกันการนำปืนไปใช้ก่ออาชญากรรม
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อส่งต่อรายชื่อผู้กระทำผิดคดีทางเพศให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าระวังพฤติกรรมในระดับหมู่บ้าน ป้องกันการก่อเหตุซ้ำ โดยกำชับมาตรการเด็ดขาด ห้ามผู้มีประวัติคดีทางเพศเกี่ยวกับเด็ก เข้าทำงานเป็นภารโรงหรือเข้าออกพื้นที่สถานศึกษาโดยเด็ดขาด
"ขอให้ทุกหน่วยงานส่งรายงานผลการปฏิบัติงานกลับมาภายใน 7 วัน และเน้นย้ำเรื่องการรักษาความลับทางราชการหรือปฏิบัติการแบบ 'ว.5' อย่างเคร่งครัด หากข่าวรั่วไหลจนผู้กระทำผิดไก่ตื่น ถือว่าส่งผลเสียต่อประเทศชาติ ทั้งนี้ ขอให้ข้าราชการผู้ปฏิบัติงานมั่นใจและไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ เพราะผู้บริหารพร้อมลงไปลุยและเป็นหลักให้ทุกคนอย่างแน่นอน" นายพลพีร์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงภายใน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางยกระดับการดูแลความปลอดภัยสถานบริการทั่วประเทศ ปรับมุมมองการจัดโซนนิ่งไปสู่การ "กำหนดจุดที่ไม่ควรตั้ง" ใกล้โรงเรียน วัด หรือชุมชน พร้อมเข้มงวดมาตรฐานความปลอดภัยอาคารและตรวจสอบใบอนุญาตอาวุธปืน นอกจากนี้ยังสั่งปรับแผนข่าวกรองเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อระงับเหตุก่อนเกิด ติดตามภารกิจความมั่นคงชายแดน ยาเสพติด และกำชับ ปภ. เฝ้าระวังภัยพิบัติช่วงมรสุมพร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 14 จังหวัดเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืน