“อนุทิน” เตือนกลางวงประชุมภูมิใจไทย ห้าม “รมต.-สส.-ผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง” พกปืน ผิดมาตรฐานทางจริยธรรม นายกฯ สั่งใน ครม. คุมอาวุธปืนทั้งระบบ สั่งพักใบ ป.3-ปืนสวัสดิการ เร่งแก้ กม.ใน 60 วัน
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทย โดยเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปี 2569 รวมถึงติดตามสถานการณ์การทำงานต่างๆ ของ สส. ในแต่ละพื้นที่ และดำเนินงานของรัฐมนตรีของพรรค
ทั้งนี้ มีรายงานว่าในประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย ช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ได้ออกปากเตือน สส.ในพรรค ถึงการพกพาอาวุธปืน โดยกำชับห้ามพกพาปืนทุกกรณี ในทางกฎหมายอาจสามารถต่อสู้ได้ เสียค่าปรับ หรือจำคุก หรือต่อสู้คดีได้ แต่อย่าลืมว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีเรื่องของมาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมืองควบคุมอยู่ด้วย ซึ่งหากผิดก็จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองได้ และหมดอนาคตทางการเมือง
นายกฯ ยกสั่งคุมอาวุธปืนทั้งระบบ ปิดช่องปืนผิดกฎหมาย
ขณะเดียวกันวันนี้ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน เพื่อจัดการการครอบครองปืนผิดกฎหมายและปืนเถื่อน โดยให้ดำเนินการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว เป็นการบูรณาการการทำงานของหลายหน่วยงาน เพื่ออุดช่องโหว่ของมาตรการควบคุมไม่ให้อาวุธปืนตกไปอยู่ในมือผู้ที่ไม่ควรครอบครอง มากไปกว่านั้น นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามการดูแลผู้บาดเจ็บ เยียวยาและฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุกราดยิงบริเวณโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
มาตรการควบคุมอาวุธปืน ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มีดังนี้
มาตรการระยะเร่งด่วน
1. ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
2. ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
3. ตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ ให้นายทะเบียนตรวจสอบจำนวนใบ ป.3 ที่ค้างและยังไม่มีการซื้อขาย พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน
4. เร่งจัดระเบียบใบ ป.4 ให้ผู้ได้รับใบ ป.3 และซื้อปืนแล้ว ดำเนินการขอใบอนุญาตให้มีและใช้ (ป.4) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ครม. มีมติ มิฉะนั้นจะถือว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
5. ตรวจสอบผู้ค้าปืนทั่วประเทศ ให้กรมการปกครอง ตรวจสอบยอดจำหน่ายให้สอดคล้องกับใบ ป.3 หากพบไม่ตรงกันให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมให้กรมสรรพากรตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี
6. ตรวจสอบเครื่องกระสุนของสนามยิงปืน ให้กรมการปกครอง ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านการกีฬา ตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี
7. เร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย ให้ฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการ หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด และเสนอขอให้ศาลลงโทษขั้นรุนแรง
มาตรการระยะยาว
1. เร่งปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืนให้ทันสมัย ให้กระทรวงมหาดไทยเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการอนุญาตและซื้อขายทุกขั้นตอนแบบ Real-time เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร เพิ่มการจัดเก็บอัตลักษณ์อาวุธปืน ควบคุมการค้าและความรับผิดชอบของผู้ค้าปืน รวมถึงเพิ่มโทษผู้กระทำผิด โดยเสนอร่างกฎหมายภายใน 60 วัน
2. กำหนดให้ใบ ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี
3. เพิ่มความเข้มงวดการควบคุมเครื่องกระสุน ให้ผู้ค้าปืนและสนามยิงปืนตรวจสอบยอดจำหน่ายเทียบกับสินค้าคงคลังเป็นรายวัน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในส่วนของการเยียวยา กรณีเหตุกราดยิงบริเวณโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ผู้ประสบสาธารณภัยจะได้รับการเยียวยาจาก (1) กองทุนผู้ประสบสาธารณภัย (2) กระทรวงยุติธรรม (3) กระทรวงศึกษาธิการ สำหรับกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือเยียวยากรณีดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นเป็นการเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท รวม 6 ราย ขณะนี้ อยู่ระหว่างการโอนเงินเข้าบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ประจำกระทรวงศึกษาธิการ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้ช่วยประสานงานเรื่องการรับเงินเยียวยากับครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป.