สภาผู้บริโภคร้อง กมธ.พัฒนาการเมือง ตรวจสอบบอร์ด-เลขาฯ กสทช. ปล่อย “นพ.สรณ” ร่วมประชุมหลายครั้งทั้งที่ขาดคุณสมบัติ แง้มปมยื้อเก้าอี้เอี่ยวเค้กงบ USO 5.6 พันล้าน จ่อนำเข้าวาระ กมธ. 13 ส.ค. นี้


วันที่ 11 สิงหาคม 2569  ตัวแทนสภาองค์กรของผู้บริโภคเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของบอร์ด กสทช., เลขาธิการ กสทช. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลังปล่อยให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญไชยพฤกษ์ เข้าร่วมการประชุมบอร์ด กสทช. ทั้งที่คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ชี้ขาดแล้วว่าขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

ตัวแทนสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า จากกรณีที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ (คำวินิจฉัยที่ 1/2569) ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ แต่กลับพบว่ายังมีความพยายามเรียกประชุมบอร์ด กสทช. ถึง 4 ครั้ง โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาแต่ไม่สามารถเปิดประชุมได้ สภาผู้บริโภคจึงขอให้ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 129 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ตรวจสอบใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. ตรวจสอบเลขาธิการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. กรณีอนุญาตให้ นพ.สรณ เข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 27 กรกฎาคม, 5 สิงหาคม และ 6 สิงหาคม โดยไม่มีการยับยั้ง ว่าเข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่

2. การแจ้งข้อมูลต่อวุฒิสภา ตรวจสอบกรณี นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 หลังจากได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว เข้าข่ายแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อประธานวุฒิสภาตามมาตรา 137 หรือไม่

3. การขัดกันแห่งผลประโยชน์ตรวจสอบว่าการปฏิบัติงานเป็นแพทย์รับค่าตอบแทนดังกล่าว ถือเป็นการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระอื่นใดอันขัดต่อมาตรา 8 (3) ประกอบมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. กสทช. หรือไม่

4. การดำเนินการของนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งการให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและรัฐธรรมนูญ จนเป็นเหตุให้การประชุมบอร์ด กสทช. หลายครั้งต้องหยุดชะงักลง ว่าเข้าข่ายขัดต่อกฎหมายหรือไม่

ด้านนางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธาน กมธ. พัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า กมธ. จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคมนี้ โดยจะมีการหารือในประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องสวัสดิการและเงินเดือนของ นพ.สรณ ที่รับไปก่อนหน้านี้ว่าต้องมีการเรียกคืนย้อนหลังหรือไม่

นอกจากนี้ กมธ. ยังเตรียมชี้แจงข้อมูลสำคัญถึงสาเหตุที่ นพ.สรณ พยายามยื้อเวลาและดึงดันเปิดประชุมบอร์ดหลายครั้ง เนื่องจากมีความพยายามอนุมัติลงนามในโครงการของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) ซึ่งมีมูลค่างบประมาณสูงถึง 5,600 ล้านบาท โดยพบข้อสังเกตและความไม่ชอบมาพากลในการยกเลิกผลการประมูลของรัฐวิสาหกิจเดิม เพื่อเปลี่ยนไปให้กลุ่มทุนเอกชนรายใหม่แทน ซึ่ง กมธ. จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนอย่างใกล้ชิดต่อไป