“สุขสมรวย” เปิด 3 หลักเกณฑ์และคุณสมบัติกองทุนหมู่บ้าน “โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ช่วยสมาชิกลดดอกเบี้ย 50% ย้ำหากรับเงินไปแล้วไม่ทำตามเงื่อนไข สทบ. มีอำนาจเรียกคืนเงิน


วันที่ 11 สิงหาคม 2569  นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยถึงแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 4,452,000,000 บาท ว่าโครงการดังกล่าว ถือว่าเป็นโครงการสำคัญในการช่วยเหลือสมาชิกของกองทุนหมู่บ้านโดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก ประชาชนต้องการเพิ่มรายได้มากขึ้น ทำให้มีความจำเป็นมากขึ้นที่ต้องอาศัยกลไกแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อสร้างสภาพคล่อง ในระบบการผลิต การประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ และช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกของกองทุนในระยะยาว เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านนำไปลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุน โดยบัญชีที่ 1 ลดลงได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งสำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบัน จะช่วยให้สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำลง ถือเป็นการลดภาระดอกเบี้ยให้ถึงมือประชาชน ซึ่งตรงกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่อยากให้มีการลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยตรง ในการดำเนินโครงการฯ นี้จะมีการเชิญชวนให้กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมโครงการเร่งดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ โดยกองทุนที่จะเข้าร่วมต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ได้แก่ 

1.ต้องเป็นกองทุนหมู่บ้านที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและมีคณะกรรมการตามระเบียบกำหนด 

2.ต้องส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี 

3.ต้องจัดประชุมสมาชิกเพื่อให้มีมติลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บัญชีที่ 1 ลง 50% สำหรับสัญญาในปีบัญชีปัจจุบัน พร้อมปรับปรุงสัญญาและจัดทำเอกสารแนบท้ายให้ชัดเจน 

นางสุขสมรวย กล่าวว่า หากกองทุนหมู่บ้านกองทุนใดที่ได้รับเงินเพิ่มทุนไปแล้วแต่ไม่มีการดำเนินการลดดอกเบี้ยตามเงื่อนไข สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) มีอำนาจในการเรียกคืนเงินเพิ่มทุนดังกล่าวได้ทันที จึงเป็นรูปแบบโครงการที่ออกแบบไว้เพื่อให้มีการนำเงินที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลลงสู่ระบบเศรษฐกิจ 

ทั้งนี้กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งต่อไป