โผไม่พลิก ครม. ตั้ง “ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล” นั่งปลัดคมนาคมคนใหม่ ปรับทัพเปิดทางสายตรงบุรีรัมย์ “ชยุธ” นั่งอธิบดีทางหลวงแทน ดัน “จิระพงศ์” สายตรงนายกฯ เปลี่ยนโหมดไปนั่งเป็น ผอ.การท่าเรือ


ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคม ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (11 สิงหาคม 2569) ครม. มีมติแต่งตั้ง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่แทน นายชยธรรม์ พรหมศร ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2569 ซึ่งการแต่งตั้งดังกล่าวทำให้นายปิยพงษ์ นอกจากเป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ปัจจุบันอายุเพียง 50 ปี ยังเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม คนใหม่ที่มีอายุน้อยที่สุดด้วย

นอกจากการแต่งตั้งและการเสนอชื่อในครั้งนี้ของนายปิยพงษ์แล้ว ยังพบว่า นายปิยพงษ์ ยังมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับแกนนำของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะแกนนำบ้านใหญ่ สายตรงบุรีรัมย์ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว. คมนาคม ซึ่งช่วงที่นายปิยพงษ์ อยู่กรมทางหลวงก็ได้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้คุมเมกะโปรเจกต์ โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์ในช่วงนั้น และแม้ว่าขณะที่นายศักดิ์สยาม จะลุกออกจากตำแหน่ง รมว. คมนาคม ไป และมีพรรคเพื่อไทย เข้ามาคุมกระทรวงคมนาคมแทน นายปิยพงษ์ ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. คมนาคม ให้เข้ารับผิดชอบงานหลายด้าน แม้ขณะนั้น นายปิยพงษ์ จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ก็ตาม ก่อนที่จะได้รับความไว้วางใจเสนอชื่อให้นั่งอธิบดีกรมทางหลวง ที่อายุน้อยที่สุดต่อมาในวันที่ 1 ตุลาคม 2568

อย่างไรก็ตาม การเสนอชื่อให้นั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ แทน นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ ถือได้ว่าเป็นการเปิดทางและเป็นการนำนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสม เนื่องจากว่า ทางพรรคภูมิใจไทยมีแผนที่จะดันเด็กบ้านใหญ่บุรีรัมย์ นายชยุธ โลหกิจ รองอธิบดีกรมทางหลวง ฝ่ายดำเนินงาน สายตรง นายเนวิน ชิดชอบ และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้ามานั่งในตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่

ชยุธ โลหกิจ
ชยุธ โลหกิจ

ซึ่งนอกจากนายชยุธ จะมีความแนบแน่นกับสายตรงบ้านบุรีรัมย์แล้ว นายชยุธ ยังเป็นคนพื้นเพเดิม เป็นคนจังหวัดสงขลาด้วย ดังนั้นการที่จะปรับและโยกย้ายจึงต้องทำในลักษณะที่เหมาะสม และดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการโยกขึ้นไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมจึงเป็นแนวทางมีความเหมาะสม

โดยหลังจากที่มีปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่แล้วอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนต่อไปทางกระทรวงคมนาคม โดยปลัดกระทรวงคมนาคม จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่ ที่จะเปิดโอกาสให้ข้าราชการระดับ 9 เข้ามาสมัครในตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าการเปิดรับสมัครดังกล่าวจะเปิดทางให้นายชยุธ โลหกิจ รองอธิบดีกรมทางหลวง เข้ามาสมัครรับการคัดเลือก

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคม จะมีการปรับ, แต่งตั้ง และโยกย้าย ในตำแหน่งรองปลัด อีก 2 ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม 1 ตำแหน่ง โดยมีการคาดหมายกันว่า บ้านใหญ่บุรีรัมย์จะมีการปรับ ให้นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ลาออกจากราชการ เพื่อเข้ากระบวนการสรรหา ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ได้มีการเปิดรับสมัคร ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ผอ.กทท. หมดเขตในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และนอกจากนั้นจะมีกระแสข่าวอีกว่าอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งอธิบดีกรมท่าอากาศยานให้เข้ามารับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคม

จิระพงศ์ เทพพิทักษ์
จิระพงศ์ เทพพิทักษ์


กริชเพชร ชัยช่วย
กริชเพชร ชัยช่วย

ประวัติ “ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล”

สำหรับประวัติและเส้นทางการทำงานของ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวงคนที่ 35 ที่จะก้าวมาเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่นั้น ถือเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ของกระทรวงคมนาคม ที่นั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมที่อายุน้อยที่สุด โดยข้อมูลพบว่า ปัจจุบันนายปิยพงษ์ มีอายุเพียง 50 ปี ทำให้อายุราชการเหลือยาวนานถึง 10 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2579 ทำให้ได้รับการจับตามองว่าเป็นข้าราชการระดับสูงที่จะเข้ามาวางรากฐานและคุมเมกะโปรเจกต์คมนาคมได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน 

ส่วนประวัติการศึกษา พบว่าสำเร็จการศึกษาในสายวิศวกรรมศาสตร์และการขนส่งจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปี 2540) ปริญญาโท Master of Engineering (Transportation Engineering) จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ปริญญาเอก Doctor of Philosophy (Transport Studies) จาก Imperial College London ประเทศอังกฤษ (นักเรียนทุนรัฐบาล ก.พ.) 

สำหรับเส้นทางการทำงานและตำแหน่งสำคัญ ได้เติบโตอย่างมั่นคงจากสายงานเทคนิค แผนงาน และการบริหารโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ซึ่งถือเป็นลูกหม้อกรมทางหลวง

  • พ.ศ. 2563 ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) 
  • พ.ศ. 2564 ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน กรมทางหลวง 
  • พ.ศ. 2565 รองอธิบดีกรมทางหลวง 
  • พ.ศ. 2567 ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม
  • 1 ตุลาคม 2568 ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมทางหลวง คนที่ 35 ทำสถิติเป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่อายุน้อยที่สุดตอนเข้ารับตำแหน่งในประวัติศาสตร์ของกรม 
  • พฤษภาคม 2569 ครม. มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการในคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด รฟท.) ควบอีกหนึ่งตำแหน่งใหญ่

ถือได้ว่า นายปิยพงษ์ มีบทบาทและผลงานที่โดดเด่นในสายงานเมกะโปรเจกต์ เชี่ยวชาญการขับเคลื่อนและเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายสำคัญ เช่น สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) และสายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (M82) ซึ่งในการทำงานจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการด้วยระบบฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Data-driven) ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง และเพิ่มความโปร่งใสในสัญญาร่วมทุนขนาดใหญ่.