“นายกฯ” จวกตำรวจปล่อย “ฉลอง เรี่ยวแรง”นั่งสัมภาษณ์ชิล ๆ หลังบุกยิงนายก อบจ.ลั่นสถานะคือฆาตกร แถมยังไม่ถูกใส่กุญแจมือผู้ต้องหา
เวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังรับฟังรายงานความคืบหน้าคดีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี เสียชีวิตว่า ได้กำชับ ผวจ.นนทบุรี และ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเฉียบขาด ไม่มีการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าคนร้ายจะมีสถานะใดก็ตาม เพราะชัดเจนแล้วว่าเป็นฆาตกร กระทำผิดกฎหมาย การให้อภิสิทธิ์ใดๆ ต้องไม่มี โดยทั้งสองหน่วยงานจะไปเร่งดำเนินการกับตำรวจท้องที่
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงภาพผู้ต้องหาไม่ถูกใส่กุญแจมือว่า คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญอย่างนี้ แต่ผู้กระทำความผิดกลับไม่ถูกใส่กุญแจมือ และยังมาให้ข่าวทำเหมือนอยู่ในสถานการณ์ปกติได้ เรื่องนี้ตนได้แจ้งไปยัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้ว โดย ผบ.ตร. ระบุว่าได้ตำหนิตำรวจท้องที่ไปแล้ว และจะสั่งการให้ดำเนินการตามรูปคดีต่อไป ซึ่งตนก็ได้ย้ำให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว
“ภาพมันออกไปข้างนอกเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงเพิ่งไปยิงคนตายมา แล้วยังมานั่งแถลงข่าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่ได้หรอกครับ เพราะความผิดมันเกิดแล้ว เขาพกพาอาวุธปืน และเรื่องนี้เราห้ามอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีใบครอบครองการพกปืน แต่ไม่มีใบพกปืน เพราะประเทศไทยไม่มีแล้ว ใครถือใบพกปืนถือว่าหมดอายุหมดแล้ว เพราะต้องต่ออายุทุกปี ใบล่าสุดที่ออกสิ้นปี 2566 และต้นปี 2567 ฉะนั้นตอนนี้มันเกินหมดแล้ว ใครพกปืนตอนนี้ ท่านอาจจะไม่รู้ตัวว่าท่านทำผิดกฎหมายเรียบร้อยแล้ว” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทินกล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องออกมาตรการหรือแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนให้ชัดเจน ต้องไม่มีข้อยกเว้น ส่วนเรื่องปืนสวัสดิการขณะนี้ให้หยุดไว้ก่อน ไม่ต้องเสนอขึ้นมาเพราะอย่างไรตนก็ไม่อนุมัติ ส่วนกรณีสถานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทยของนายฉลองนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้สนใจตรงนั้น เพราะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจใดๆ ของพรรค เรื่องสมาชิกภาพเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ซึ่งอาจจะหมดไปโดยอัตโนมัติ เนื่องจากข้อบังคับระบุชัดว่าต้องไม่โดนคดีใดๆ หรือกระทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนเดินทางกลับ นายกรัฐมนตรีได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาร่วมงาน ให้มีการตั้งด่านตรวจจับอาวุธปืนในระดับอำเภอทั่วประเทศ โดยย้ำว่าผู้ใดพกพาอาวุธปืนถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด และให้ดำเนินคดีจับกุมอย่างเด็ดขาด