จี้รัฐบาลคืนสิทธิให้คนจนเดิมโดยไม่มีเงื่อนไข “หมอวรงค์” ชี้แจกเงิน 300 บาท ยุ่งยากทำประชาชนเอือมระอา เรียกร้องตรวจสอบปมแบงก์พันหายจากระบบ 1.4 แสนล้าน หวั่นเอี่ยวคอร์รัปชัน
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวที่อาคารรัฐสภา เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการดำเนินนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลเปิดให้ทบทวนหรืออุทธรณ์สิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ บัตรคนจน ซึ่งจะมีกำหนดสิ้นสุดภายในเดือนกันยายนนี้ หลังมีผู้ถูกตัดสิทธิมากถึง 9,300,000 คน
นพ.วรงค์ กล่าวต่อไป แม้รัฐบาลจะอ้างว่าเปิดโอกาสให้ผู้ถูกตัดสิทธิยื่นอุทธรณ์ และเปิดช่องทางร้องเรียนผ่านธนาคาร 5 สาขา รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้ การเดินทางไปร้องเรียนในจุดบริการสร้างความยุ่งยาก ลำบาก และต้องเสียเวลาเดินทาง บางรายต้องใช้เวลาเดินทางครึ่งวันจนเกิดอาการเป็นลมหรือเสียชีวิตตามที่เป็นข่าว
สำหรับกลุ่มประชาชนประมาณ 5,000,000 คน ที่ไม่มาทำการอุทธรณ์สิทธิ นพ.วรงค์ ระบุ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีฐานะดีขึ้น แต่เป็นเพราะความเบื่อหน่ายและความยุ่งยากในขั้นตอนและกฎเกณฑ์ที่รัฐบาลสร้างขึ้น จึงเลือกที่จะยอมละทิ้งเงินช่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือน ทั้งที่ชีวิตจริงยังคงประสบความยากจนเหมือนเดิม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลคืนสิทธิให้กับกลุ่มคนจนรายเดิมทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไขยุ่งยาก
นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลในโครงการต่างๆ รวมถึงประเด็นความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ TH-AI Passport ที่มีการเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายเงินจากเหมาจ่ายมาเป็นรายเดือน ซึ่งตามหลักการควรจะต้องมีการเปิดประมูลใหม่ ตลอดจนเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบกรณีเงินสดแบงก์พันหายไปจากระบบธนาคารกว่า 140,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน.