โฆษกกองทัพเรือชี้กัมพูชายกระดับกำลังรบ ย้ำไทยต้องไม่ล้าหลัง เร่งโครงการเรือฟริเกต-เรือดำน้ำเพื่อคานอำนาจ


วันที่ 10 สิงหาคม 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ภายหลังจากที่กองทัพเรือกัมพูชาได้ทำการฝึกซ้อมเรือคอร์เวตหมายเลข 622 ที่ได้รับมอบมาจากประเทศจีน บริเวณสีหนุวิลล์ว่า เรื่องนี้กองทัพเรือไม่ได้มีความกังวลถึงขีดความสามารถในการพัฒนากำลังรบทางเรือที่เพิ่มขึ้นของกัมพูชา เพราะรับทราบกันมานานแล้ว แต่สิ่งที่กองทัพเรือติดตามอยู่คือขีดความสามารถของเขา จากเดิมที่มีเรือตรวจการณ์ขนาดเล็กและเก่า เปลี่ยนมาเป็นเรือคอร์เวตขนาดใหญ่มีสมรรถนะสูง ซึ่งกองทัพเรือต้องนำมาประเมินใหม่

สิ่งที่เราพยายามเร่งรัดคือการจัดหาเรือฟริเกตให้ได้มาโดยเร็วที่สุด รวมถึงการบริหารโครงการและบริหารสัญญาของเรือดำน้ำที่จะมาในอนาคตอันใกล้ ให้เป็นไปตามแผนและนำมาประจำการเพื่อใช้งานโดยเร็ว เพื่อคานอำนาจของกำลังเรือฝ่ายตรงข้าม ขอยืนยันว่าการได้มาซึ่งเรือฟริเกตถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่การพัฒนากำลังรบของประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้น

เมื่อถามถึงการประเมินขีดความสามารถของกองทัพเรือกัมพูชา พล.ร.ต.ปารัช กล่าวว่า เท่าที่มีข้อมูลเรือคอร์เวตจะส่งมายังกัมพูชาทั้งหมด 2 ลำ ซึ่งปัจจุบันมาถึงแล้ว 1 ลำ และอยู่ระหว่างทำการฝึก เชื่อว่าลำที่ 2 จะตามมาในระยะเวลาอันใกล้ และอาจมีการปฏิบัติงานร่วมกันของเรือคอร์เวตทั้ง 2 ลำ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ทางทะเลในภูมิภาคมีความตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทยตอนบน

สิ่งที่กองทัพเรือประเมินคือ กองทัพจะต้องไม่ล้าหลังไปกว่านี้ การชะลอการจัดหาใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อาจทำให้เกิดช่องว่างทางขีดความสามารถ และทำให้เราเพลี่ยงพล้ำได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น