นายกรัฐมนตรี บอก “แลนด์บริดจ์” ค่อยว่ากัน ลุยเดินหน้าพัฒนา “Missing Link” เชื่อมอ่าวไทย-อันดามันก่อน พร้อมขยายท่าเรือระนอง รองรับสินค้า ย้ำ รัฐบาลฟังประชาชนเสมอ


วันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างเป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โรงพยาบาลระนอง ถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ตอนนี้ยังไม่มี ไม่เป็นไร เพราะยังไม่คุ้ม เอาไว้คุ้มก่อนค่อยว่ากัน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือจะมีระบบขนส่งเชื่อมส่วนที่ขาดไป ภาษาเทคนิคเวลาประชุมในฐานะรัฐมนตรี หรือประชุมในเรื่องของการวางแผนพัฒนาประเทศ เขาใช้คำว่า Missing Link ซึ่งระนองสามารถทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่าง ฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทยได้ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า เรามีชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรงนี้เราก็จะทำ Missing Link ให้เกิดขึ้น แล้วก็มีการพัฒนาท่าเรือระนองให้มีความสำคัญ สามารถรับสินค้า รับคอนเทนเนอร์ต่างๆ ได้มากขึ้น ในช่วงที่จำนวนปริมาณยังไม่คุ้มค่ากับการสร้างขนาดใหญ่ ขนาดแลนด์บริดจ์ แต่ว่าเราต้องเริ่มสร้างหัวเชื้อไว้ก่อน “วันหนึ่งเขาก็ต้องเห็นว่า โอ้โห สินค้าจากยุโรปมานี่ เข้ามาทางระนอง สามารถตรงไปยังใต้ของด้ามขวานของประเทศไทย ตรงไปถึงภาคเหนือ เลาะไปตามด้านตะวันตก โดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ ไปถึงจีน สินค้าในไทยก็สามารถมาออกช่องทางทางระนองได้ แล้วก็ไปทางประเทศอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป”

นายอนุทิน เผยอีกว่า ถ้าเขาเห็นความสะดวกเช่นนี้ มันก็เหมือนตอนเปิดร้านขายของ เปิดมาใหม่ๆ ก็ต้องเริ่มจากขายทีละนิดๆ แล้วเราก็ขยับขยายกิจการขึ้นมา กรอบเรามีอยู่ เรามีการศึกษาไว้เรียบร้อยอยู่แล้ว ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องขยาย ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตามเราก็พร้อมที่จะมีการขยาย ตอนนี้มีคนบอกไม่เอาแลนด์บริดจ์ ชาวระนอง-ชุมพร ก็ต้องไปทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ด้วย ถ้าชาวระนอง ชาวชุมพร บอกหากก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่ได้ พี่น้องก็ต้องเรียกร้อง ตนกลัวว่าคนที่บอกไม่เอาเนี่ย ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ถ้าพี่น้องระนอง ชุมพร จังหวัดใกล้เคียงบอกไม่เอา อย่างไรก็ไม่เอา เราก็ไม่สร้าง 

แต่ถ้าโอกาสมันมาแล้วเราไม่เอา ตนก็เชื่อว่าพี่น้องชาวระนอง ชาวชุมพร ชาวใต้ ก็คงไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป รัฐบาลฟังประชาชนเสมอ ต้องฟังประชาชนที่เป็นภาพรวมแล้วก็ประเมินว่าอะไรคือสิ่งดีที่สุดสำหรับประเทศไทย สำหรับระนองวันนี้ ไม่มีขาดทุน จะมีเส้นทางคมนาคมขนส่งที่มีความสมบูรณ์ ครบวงจร แล้วก็ค่อยๆ ดูว่าจะขยายต่อไปอย่างไรในอนาคต.