“สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยวฯ ลุยพัทลุง ปักหมุดไฮไลต์ “บ่อน้ำร้อน-สะพานโนรา-ถ้ำน้ำลอดเขาแดง” มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ดันเมืองรองสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.พัทลุง อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน เพื่อยกระดับพัทลุงจากเมืองรองสู่การเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยว
สำหรับการลงพื้นที่ในช่วงเช้าและบ่าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับการต้อนรับและร่วมลงพื้นที่สำรวจศักยภาพการท่องเที่ยวร่วมกับคณะทำงานในจังหวัดพัทลุงอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย, นายธราวุธ ช่วยเกิด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง, นายไผท ทันประจำสินธุ์ ผู้อำนวยการทางหลวงชนบทจังหวัดพัทลุง, นายประยุทธ ทองพุ่ม นายอำเภอเขาชัยสน, นายเจริญ รักราม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาชัยสน พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานและผู้นำท้องถิ่น ร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใน 3 จุดสำคัญ ได้แก่
1. ดัน “บ่อน้ำร้อน-ธารน้ำเย็น เขาชัยสน” สู่ศูนย์กลาง Wellness Tourism ของภาคใต้ : กระทรวงการท่องเที่ยวฯ พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่และยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เพื่อโปรโมตความมหัศจรรย์ของธรรมชาติบำบัด พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมแช่น้ำร้อน-น้ำเย็น เข้ากับธุรกิจที่พัก โฮมสเตย์ และสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพและมีกำลังซื้อสูง ทำให้เม็ดเงินกระจายลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง
2. เร่งรัด “สะพานโนรา” ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยว : การลงพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างสะพานโนรา (ข้ามทะเลสาบสงขลา) เป็นไปเพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของชาวบ้านโดยตรง พร้อมเร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จตามกำหนด เพื่อใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการสัญจร นอกจากนี้ยังเตรียมนำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่นอย่าง “มโนราห์” มาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่รอบโครงการ
3. ชู “ถ้ำน้ำลอดเขาแดง และ พญาขัน” ร้อยเรียงเส้นทางธรรมชาติและสายศรัทธา : จากการสำรวจศักยภาพความงดงามของถ้ำน้ำลอดเขาแดง ควบคู่กับการแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพัทลุง กระทรวงมีเป้าหมายที่จะบูรณาการเส้นทางท่องเที่ยวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทั้งทะเลสาบ ภูเขา ถ้ำ แหล่งน้ำร้อน และวิถีวัฒนธรรม เพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพำนักนานขึ้น สร้างรายได้และกระจายโอกาสไปสู่ชุมชนอย่างครอบคลุม
ทางด้านกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุง ร้องขอให้รัฐบาลเร่งผลักดันการก่อสร้างสนามบินพัทลุง การขอสนับสนุนงบประมาณการท่องเที่ยว การสร้างภาพจำและอัตลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด การเร่งผลักดันแก้กฎระเบียบให้กลุ่มนักท่องเที่ยวของประเทศมาเลเซียเข้ามาในพื้นที่ จ.พัทลุง และจังหวัดต่างๆ นอกเหนือจากการท่องเที่ยว จ.สงขลา การนำช้างแคระจากประเทศมาเลเซีย มาไว้ที่อุทยานนกน้ำทะเลน้อย เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งก่อนหน้านี้ในพื้นที่ดังกล่าวเคยมีช้างแคระอาศัยอยู่
รวมไปถึงการจัดตั้งสำนักงาน ททท. ในพื้นที่ จ.พัทลุง เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม การสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.พัทลุง ทางรถไฟ รวมทั้งการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวในวัดท่าแค อ.เมืองพัทลุง ในรูปแบบต่างๆ ในฐานะจุดดังกล่าวเป็นต้นกำเนิดของมโนราห์ ฯลฯ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวนี้ล่าสุดยังขาดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม
นายสุรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า “พัทลุงมีของดีอยู่จำนวนมาก ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะประสานงานและผลักดันโครงสร้างพื้นฐานที่ยังขาดเหลือ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพี่น้องชาวพัทลุงอย่างเป็นรูปธรรม”
ต่อมาเวลา 19.00 น. นายสุรศักดิ์ เดินทางไปยังวัดเขาเมืองเก่าชัยบุรี เพื่อร่วมพิธีเปิดงาน “397 ปี ชัยบุรี ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง” โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และตัวแทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ขณะเดียวกัน นายสุรศักดิ์ กล่าวย้ำถึงเป้าหมายสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ว่า ทิศทางการท่องเที่ยวต่อจากนี้ต้องสร้างสมดุลระหว่างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และคุณค่าทางวัฒนธรรม การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการนำอัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ ความศรัทธา และวิถีชุมชนของเมืองเก่าชัยบุรี มานำเสนอในรูปแบบที่ร่วมสมัย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ฐานรากของจังหวัดพัทลุงได้อย่างยั่งยืน