“เนอส ภัทราภรณ์” นำทัพ “Hack งบ กทม.ปี 70” พบหลายจุดน่าจับตา จี้แจงราคาครุภัณฑ์-งบซ้ำซ้อน-ตัวชี้วัดไม่ชัด เรียกร้อง กทม. เปิดเผยสเปก ที่มาราคาและรายละเอียด


วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง สภากรุงเทพมหานครจัดกิจกรรม Hackathon งบประมาณกรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายใต้ชื่อ “Hack งบ กทม. ปี 70” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและภาควิชาการร่วมตรวจสอบ วิเคราะห์ และเสนอความเห็นต่อการใช้งบประมาณของ กทม. ซึ่งปีนี้มีวงเงินประมาณ 93,918.92 ล้านบาท โดยมีตัวแทนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างคึกคัก


น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางซื่อ ในฐานะประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการปักหมุดหมายใหม่ของสภา กทม. และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาร่วม “Hack” ซึ่งเป็นการพิจารณางบประมาณ กทม. โดยข้อมูลและข้อสังเกตที่ได้จากการจัดกิจกรรมจะไม่จบเพียงบนเวที แต่จะถูกนำไปประกอบการพิจารณางบประมาณของสภา กทม.ด้วย นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่การพิจารณางบประมาณในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญฯ จะมีการถ่ายทอดสด หลังจากผลักดันเรื่องดังกล่าวมาหลายปี เพื่อเปิดให้ประชาชนติดตามและตรวจสอบกระบวนการได้มากขึ้น


“เราจัดงานนี้เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม และจะไม่ใช่งานสุดท้าย จะพยายามดึงทุกคนเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับพวกเราว่า สก. ทำอะไร มีอำนาจมากแค่ไหน และประชาชนก็มีอำนาจในมือของตัวเองเช่นเดียวกัน” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว


นายวิพุธ ศรีวะอุไร สก. เขตบางรัก กล่าวว่า สภา กทม. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ยิ่งฝ่ายบริหารมีประสิทธิภาพ ฝ่ายตรวจสอบก็ยิ่งต้องเข้มแข็ง มีมาตรฐานและโปร่งใส เพราะงบประมาณ กทม. เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนตั้งแต่ถนน ทางเท้า โรงเรียน ไปจนถึงสถานพยาบาล ทั้งนี้ สก. มีเพียง 50 คน และมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่สามารถเชี่ยวชาญได้ทุกเรื่อง การเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนและภาควิชาการจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การตรวจสอบงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเปิดรับข้อเสนอและเสียงสะท้อนจากประชาชนอย่างเต็มที่


ด้าน ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา สก. เขตลาดกระบัง กล่าวว่า งบประมาณอาจดูเป็นเรื่องเอกสารที่น่าเบื่อหรือเป็นเรื่องของนักการเมือง แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประชาชน เพราะเงินทุกบาทมาจากภาษี การมีโครงการวงเงินสูงระดับพันล้านบาทไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าคุณภาพชีวิตประชาชนจะดีขึ้น จึงต้องตรวจสอบว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์จริงหรือไม่ สำหรับหลักการทำงานของตนมี 3 ส่วน ได้แก่ การผลักดันปัญหาจากเสียงประชาชนให้เกิดการแก้ไขจริง การติดตามโครงการจนถึงที่สุด และการตรวจสอบความโปร่งใส โดยประชาชนสามารถร่วมตั้งคำถามและส่งข้อมูลผ่านช่องทางของสภา กทม. หรือ สก. ในแต่ละเขตได้


“ทุกบาททุกสตางค์คือเงินภาษี หยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของประชาชน ทุกโครงการจึงต้องผลักดัน ติดตาม และตรวจสอบให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเมืองที่ดีคือเมืองที่รับฟังเสียงประชาชนและสามารถตรวจสอบได้ทุกโครงการ” ดร.สุรจิตต์ กล่าว


ขณะที่ ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ สก. เขตปทุมวัน กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานในสภา กทม. ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งขณะนั้นมีงบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท จนปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นมิติใหม่ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจกระบวนการใช้งบประมาณมากขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีทั้งความหลากหลาย ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาซับซ้อนในแต่ละพื้นที่ พร้อมกับระบุว่า สภา กทม. มีลักษณะแตกต่างจากสภาผู้แทนฯ เพราะไม่ได้แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ดังนั้น สก. ทั้ง 50 เขตต้องร่วมกันทำงาน แม้แต่ละเขตจะได้รับงบประมาณแตกต่างกันตามบริบทและความจำเป็น จึงอยากให้ประชาชนติดตามว่างบประมาณในพื้นที่ของตัวเองถูกใช้คุ้มค่าและตรงกับปัญหาหรือไม่


นายฉัตรชัย หมอดี สก. เขตบางนา ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กล่าวว่า บทบาทสำคัญของ สก. คือทั้งผลักดันและตรวจสอบงบประมาณ โดยนำปัญหาจากข้อร้องเรียนของประชาชนสะท้อนไปยังฝ่ายบริหาร เพื่อนำไปสู่การจัดสรรงบแก้ไขปัญหา และต้องตรวจสอบต่อว่างบที่ได้รับสามารถตอบสนองความต้องการและแก้ความเดือดร้อนของประชาชนได้จริงหรือไม่


ภายในงานยังมีการแบ่งกลุ่มภาคประชาชนร่วมกับทีมงานและ สก. เพื่อระดมความคิดเห็น วิเคราะห์และตรวจสอบรายการงบประมาณตามประเด็นที่แต่ละกลุ่มสนใจ ก่อนนำข้อค้นพบและข้อเสนอขึ้นสรุปบนเวที โดยตัวแทนภาคประชาชนจากแต่ละกลุ่มพื้นที่ได้สรุปผลตรวจสอบงบประมาณ กทม. ปี 2570 พบหลายรายการที่ควรชี้แจงเพิ่มเติม ทั้งความเหมาะสมของราคาครุภัณฑ์ ความจำเป็นของโครงการ ความซ้ำซ้อน และตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ พร้อมเรียกร้องให้ กทม. เปิดเผยสเปก ที่มาราคา และรายละเอียดการใช้งบให้ประชาชนตรวจสอบได้ อีกทั้ง ในช่วงท้ายของกิจกรรม 3 ตัวแทนภาคประชาชน ได้เสนอให้ กทม. เปิดเผยผลลัพธ์ของแต่ละโครงการ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้งบประมาณตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด


จากนั้น น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวปิดงานว่า วันนี้เราได้รับข้อมูลจากภาคประชาชนจำนวนมาก อาทิ การตรวจสอบงบที่จะทำชุมชนเข้มแข็งจะตรวจสอบอย่างไร ดีใจที่ทุกคนมาร่วมกันลงแรง มาร่วมเรียนรู้กับพวกเรา “สภา กทม.” และยิ่งหากเราสามารถจัดงานทุกปีประชาชนก็เข้าใจงบประมาณมากขึ้น ทำให้กลับมาสู่เป้าหมายว่าเราจัดงาน Hack งบทำไม นั่นคือการทำให้สภา และ กทม. ให้โปร่งใส สิ่งที่ยั่งยืนที่สุดคือการติดอาวุธให้กับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจงบประมาณไปร่วมกับเรา วันไหนประชาชนเข้าใจงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ วันนั้น กทม. จะมีความโปร่งใสแน่นอน