“พัฒนา” เผย อาการ 3 นักเรียน ที่ รพ.พระนั่งเกล้า 2 คนอาการพ้นขีดอันตราย  ส่วนเด็กหญิง 12 อาการยังโคม่า กระสุนเจาะหัว แพทย์กำลังช่วยเหลือเต็มที่ เร่งส่งทีม MCATT เยียวยาจิตใจครู-นักเรียน


วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 17:00 น. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเดินทางมาโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อติดตามอาการของสามนักเรียน เทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่กำลังอยู่ระหว่างการผ่าตัด 

หลังใช้เวลาในการติดตามอาการและเยี่ยมคนเจ็บ  นายพัฒนา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลพระนั่งเกล้ารับผู้ป่วยเคสสีแดง (วิกฤต) เข้าดูแล 3 ราย แพทย์ระบุ 2 รายอาการเริ่มคงที่และผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว คาดพ้นขีดอันตรายเร็วๆ นี้ ขณะที่อีก 1 รายเป็นนักเรียนหญิงอาการยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากถูกยิงเข้าที่ศีรษะและมีกระสุนฝังอยู่ แพทย์ต้องประเมินสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจผ่าตัดนำลูกกระสุนออก


สำหรับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดรวมทั้งสิ้น 8 ราย โดยแบ่งเป็นผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและโรงเรียน 6 ราย ได้แก่ ครู 5 ราย และนักเรียนผู้ก่อเหตุ 1 ราย ปู่และย่า อีก 2 ราย

ขณะที่ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บ ณ เวลา 16.00 น. มีจำนวนประมาณ 29 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยเคสสีแดงวิกฤต 10 ราย ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนถึง 7 ราย โดยกระจายเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ และส่วนหนึ่งรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระนั่งเกล้า

นายพัฒนา กล่าวถึงการรักษาพยาบาล ทางกระทรวงฯ ยืนยันว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทุกรายจะได้รับการดูแลตามสิทธิ UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่) ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกอย่างเต็มที่ ก่อนจะเข้าสิทธิการรักษาพยาบาลปกติและประกันภัยที่เกี่ยวข้อง โดย รพ.พระนั่งเกล้ามีความพร้อมในการดูแลรักษาต่อเนื่องจนกว่าผู้ป่วยจะหายดี

ส่วนการรับบริจาคโลหิต ทางโรงพยาบาลระบุว่าแม้จะมีประชาชนเดินทางมาร่วมบริจาคเป็นจำนวนมากจนยอดสูงกว่าปกติ แต่ศูนย์รับบริจาคเลือดยังคงเปิดรับอย่างต่อเนื่องเพื่อสำรองไว้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน


ปูพรมส่งทีม MCATT 7 ทีม ฟื้นฟูสภาพจิตใจ

นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตได้ส่งทีม MCATT จำนวน 7 ทีม ลงพื้นที่โรงเรียนเกิดเหตุทันที เพื่อเร่งประเมินและฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มครูและนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง, กลุ่มครอบครัวและเพื่อนนักเรียนที่รับรู้เหตุการณ์, และกลุ่มผู้บริหารกับครูประจำชั้น

ทั้งนี้ สธ. สั่งการให้ติดตามดูแลสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่องในระยะยาว แม้โรงเรียนจะกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันผลกระทบทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นตามมา