“ภราดร” เคาะเงินเยียวยาเหยื่อกราดยิงใน รร. เสียชีวิตรายละ 1 ล้าน ทุพพลภาพ 7 แสน บาดเจ็บสาหัส 2 แสน บาดเจ็บเล็กน้อย 1 แสน
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี ซึ่งในที่ประชุมนางยุพา ได้รายงานสถานะเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าปัจจุบันมีเงินคงเหลือในกองทุนจำนวน 254 ล้านบาท
นายภราดร กล่าวในที่ประชุมว่า การพิจารณาครั้งนี้ได้นำหลักเกณฑ์การช่วยเหลือจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ 4 ครั้งในอดีตมาเป็นบรรทัดฐาน เนื่องจากมีลักษณะเกิดเหตุคล้ายคลึงกัน ได้แก่เหตุกราดยิงที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา เหตุกราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู เหตุเยาวชนก่อเหตุยิงในศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ เหตุกราดยิงในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบกรณีเสียชีวิตจ่ายเงินเยียวยารายละ 1,000,000 บาท ทุพพลภาพ 700,000 บาท บาดเจ็บสาหัส 200,000 บาท บาดเจ็บเล็กน้อย 100,000 บาท
นายภราดรกล่าวต่อว่า เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุที่ จ.นนทบุรี เกิดขึ้นกับประชาชน ครู และนักเรียน ที่ใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในโรงเรียน จึงจัดเป็นเหตุการณ์ที่มีบุคคลทำให้เกิดขึ้นและเข้าข่ายความหมายของ "สาธารณภัย" ตามระเบียบข้อ 3 ที่กองทุนฯ สามารถให้การช่วยเหลือได้ การกำหนดอัตราช่วยเหลือเพิ่มเติมตามระเบียบกองทุนข้อ 17 และประกาศคณะกรรมการฯ พ.ศ. 2568 ได้แก่ ค่าทำศพ 50,000 บาท, เงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ครอบครัวละ 30,000 บาท และเงินเพิ่มแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มีบุตรอายุไม่เกิน 25 ปี อีกครอบครัวละ 50,000 บาท คาดว่าจะสามารถเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือได้ภายในไม่กี่วันนี้ โดยจะมีการรวบรวมตัวเลขสรุปจำนวนผู้บาดเจ็บที่ชัดเจน พร้อมตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีหน่วยงานอื่นใดที่จะเข้ามาสนับสนุนการเยียวยาเพิ่มเติมอีกหรือไม่
นายภราดร กล่าวเน้นย้ำถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายชัดเจน ไม่อนุญาตให้ประชาชนครอบครองหรือพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะในทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด ยกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ซึ่งมาตรการนี้จะถูกนำไปบังคับใช้อย่างเข้มงวด และในฐานะที่ตนดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะขอเป็นผู้เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืน ในชั้นสภาฯ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการจัดระเบียบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต
