“สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยวฯ ลุยศรีสะเกษ ดัน “วัดปราสาทภูฝ้าย” สู่แลนด์มาร์กวัฒนธรรม-สายมู ชูโปรเจกต์สกายวอล์กบนปากปล่องภูเขาไฟโบราณ ดันเป็นเมืองน่าเที่ยว มุ่งกระจายรายได้สู่ชุมชน


วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกรมการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ วัดปราสาทภูฝ้าย อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อหารือและวางศิลาฤกษ์ทางความคิดในการยกระดับโบราณสถานบนปากปล่องภูเขาไฟโบราณ ให้ก้าวขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสายศรัทธา (สายมู) ระดับประเทศ พร้อมเตรียมผลักดันแลนด์มาร์กใหม่เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ชุมชนฐานราก

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระปลัดเทิด ภูมิปาโล เจ้าอาวาสวัดปราสาทภูฝ้าย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนที่มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่ 3 ยุทธศาสตร์หลักเพื่อการพัฒนา ได้แก่

1. ปักหมุดแลนด์มาร์ก “สายธรรม-สายมู” เชิงวัฒนธรรมมูลค่าสูง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนนโยบาย “10 พลัส” ของรัฐบาล โดยเฉพาะในมิติ “ชุมชนพลัส” ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณ สู่การสร้างมูลค่าสูง (Value over Volume)

กระทรวงฯ เตรียมดึงศักยภาพอันโดดเด่นของ “ปราสาทขอมโบราณอายุกว่าพันปี” ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขาไฟดับสนิท มาผสานเข้ากับความศักดิ์สิทธิ์ของ “พระพุทธบาทภูฝ้าย” เพื่อชูเป็นจุดขายสำคัญในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสายศรัทธา ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อและต้องการประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ (Meaningful Travel) ให้เดินทางมาเยือนจังหวัดศรีสะเกษมากขึ้น

2. ชงโปรเจกต์ “สกายวอล์ก (Skywalk)” เหนือปากปล่องภูเขาไฟ

เพื่อสร้างแรงดึงดูดระดับสากล กระทรวงฯ มีแผนเตรียมศึกษาความเป็นไปได้ในการผลักดันโครงการก่อสร้าง จุดชมวิวสกายวอล์ก (Skywalk) บนยอดภูฝ้าย ซึ่งจะกลายเป็นไฮไลต์แห่งใหม่ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทัศนียภาพแบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งวิวปากปล่องภูเขาไฟโบราณและผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ โครงการนี้จะเปรียบเสมือนแม่เหล็กชิ้นใหญ่ที่ช่วยพลิกโฉมศรีสะเกษจากเมืองรองให้กลายเป็น “เมืองน่าเที่ยว” ที่ทุกคนต้องมาเยือน

3. เชื่อมเส้นทางอีสานใต้ กระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนา คือการทำให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวตกถึงมือชาวบ้าน กระทรวงฯ จึงเตรียมแผนบูรณาการเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ อุบลราชธานี – ยโสธร – ศรีสะเกษ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางเชื่อมโยงและพำนักนานขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อการกระจายรายได้สู่ชุมชนบ้านภูฝ้าย ทั้งในภาคธุรกิจร้านอาหาร ที่พัก โฮมสเตย์ และสินค้าชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ภายหลังการหารือ นายสุรศักดิ์และคณะ ได้เดินเท้าเข้าสำรวจพื้นที่ที่คาดว่าจะใช้ก่อสร้างจุดชมวิวสกายวอล์ก รวมถึงเยี่ยมชมความสมบูรณ์ของโบราณสถานโดยรอบ พร้อมกล่าวย้ำในตอนท้ายว่า

“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความพร้อมเต็มที่ที่จะให้การสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และองค์ความรู้ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม เราจะผลักดันให้ “วัดปราสาทภูฝ้าย” กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ทรงคุณค่า ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ ศาสนา และธรรมชาติ ที่สร้างความภาคภูมิใจและรายได้ให้กับชาวศรีสะเกษอย่างยั่งยืนในอนาคต”