“ สส.พูนศักดิ์” ขอบคุณ รมว.อุตสาหกรรม ที่เร่งตรวจพื้นที่โรงงานปล่อยสารพิษในชลบุรี สงสัยเมื่อพบว่าโรงงานมีความผิด ปล่อยสารพิษจริง ทำไมจึงสั่งแค่ปรับปรุง ไม่ใช้อำนาจสั่งปิดชั่วคราว


วันที่ 6 ส.ค.2569 นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการเชิงประเด็นสิ่งแวดล้อม พรรคประชาชน กล่าวว่า หลังจากที่ได้เคยเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีการประกอบกิจการในพื้นที่อุตสาหกรรม ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เพราะได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งลักลอบทิ้งสารเคมีและปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำประปาหมู่บ้าน จึงลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริง และประสานงานไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี และกรมควบคุมมลพิษ เพื่อเข้าตรวจวัดระดับสารเคมีอย่างเร่งด่วน


ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบ และพบบางโรงงานปล่อยน้ำเสียจริง จึงมีคำสั่งให้โรงงานดังกล่าวปรับปรุงแก้ไขระบบให้เรียบร้อยภายในเวลาที่กำหนด โดยอ้างอิงมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.โรงงานฯ ที่ระบุว่า หากเจ้าหน้าที่พบการฝ่าฝืนกฎหมายหรือโรงงานมีความเสี่ยง จะมีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงภายในกำหนดเวลา


นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคม ไม่ได้ขออนุญาตเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และไม่ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน 


นายพูนศักดิ์ กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ช่วยกำชับให้ข้าราชการทำงานทันที แต่ก็ขอตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเจอโรงงานที่ทำความผิดชัดเจน กระทรวงอุตสาหกรรมควรใช้อำนาจให้โรงงานดังกล่าวหยุดทำการชั่วคราว


“ที่ผมอยากแจ้งคือ ทั้งๆ ที่เจอความผิดชัดเจน ระบบบำบัดน้ำเสียยังสร้างไม่เสร็จ แถมไม่พบระบบบำบัดอากาศ แต่ยังไม่สั่ง ม.39 ให้หยุดการประกอบกิจการไว้ก่อน หรือท่านอยากให้ทำไป ปล่อยมลพิษไป ประชาชนจะอยู่อย่างไร” นายพูนศักดิ์ กล่าวและว่า


มาตรา 39 ของ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ระบุว่า ให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมาย มีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบกิจการหยุดทำงานทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราว และให้รีบแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้อง หากโรงงานนั้นฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 37 หรือสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อคนและสิ่งแวดล้อมใกล้เคียง


“ส่วนอีกโรงงานหนึ่งก็พบการปนเปื้อนในพื้นที่ข้างเคียงจากการประกอบกิจการ ทำให้บ่อน้ำเป็นหมื่นลูกบาศก์เมตรมีฤทธิ์เป็นกรดแก่ ผมกังวลเพราะท่านไม่สั่งการให้ตรวจสอบการแพร่กระจายสู่บ่อบาดาลของประชาชน”


นายพูนศักดิ์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ยังขาดคือ การตรวจสอบการนำของเสียออกนอกโรงงาน ที่ต้องตรวจสอบเพิ่มว่ารับจัดการกากอุตสาหกรรมเกินขีดความสามารถในการบำบัดและกากของเสียนำไปกำจัดถูกต้องหรือไม่ เพราะปนเปื้อนขนาดนี้ก็ยังไม่บังคับใช้ ม.39 ของพ.ร.บ.โรงงาน