ปลัด มท. เผย กสถ. รับรองมติ ฟันคนโกงสอบท้องถิ่น ชง ก.กลาง 6 ส.ค.นี้ เคาะแนวทาง 97 คน สอบผ่านบรรจุแล้วแต่คะแนนเพิ่ม หาสาเหตุก่อนสอยทีหลังได้ ขู่ใครเอี่ยวดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันที่ 5 ส.ค. 2569 เมื่อเวลา 13.00 น.ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้มีการประชุม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดี สถ. นายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขานุการ กสถ. ประชุมพิจารณามติเพิกถอนข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่น
ต่อมา เวลา 16.30 น. นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยภายหลังการประชุม กสถ. ว่า เป็นการประชุม กสถ. ที่ต่อเนื่องมาหลายนัดแล้ว วันนี้เป็นการสรุปจากที่ประธาน กสถ. ได้ลงนามการยกเลิกการขึ้นบัญชีและประกาศขึ้นบัญชีใหม่ เพื่อรับรองมติได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว รวมถึงกำหนดวิธีการปฏิบัติ ว่าเมื่อเราได้ดำเนินการขึ้นบัญชีใหม่แล้ว จะมีผู้ที่สอบได้โดยสุจริตประมาณ 12,000 ราย ได้ดำเนินการไปตามที่บรรจุไว้แล้ว ส่วนผู้ที่คะแนนไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อน สูงขึ้น คนเหล่านี้ก็ไม่ถูกขึ้นบัญชี และจะทำอย่างไรที่จะทำให้คนที่จะขึ้นบัญชีใหม่ที่ยังไม่ถูกขึ้นบัญชี โดยหาข้อปฏิบัติในการกำหนด โดยวันที่ 6 ส.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) นำเรื่องนี้บัญชีของประธาน กสถ. รายงานที่ประชุมให้ทราบเพื่อพิจารณา ส่วนวิธีปฏิบัติ ก.กลาง จะได้พิจารณาว่าเราได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติอย่างนี้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ยืนยันอีกครั้ง
เมื่อถามว่า ส่วนผู้ที่สอบได้อยู่แล้วแต่มีการปรับคะแนนให้ดีขึ้น จะมีแนวทางจัดการอย่างไร นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตรงนี้เขามีคะแนนที่สอบผ่านขึ้นบัญชีไว้ แต่ได้ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีก จะมี 2 ส่วนแรก 561 ราย ยังไม่ถูกขึ้นบัญชี ก็จะไม่ได้ขึ้นบัญชี ยังไม่ได้ทำงาน อีกส่วนหนึ่งที่ทำงานแล้วคือกลุ่มที่สอบผ่านและได้ขึ้นบัญชีบรรจุแล้ว 97 ราย ก็จะมีการพิจารณาดูว่ามีวิธีปฏิบัติอย่างไร เมื่อเขาสอบผ่านตามกติกาก็ต้องขึ้นบัญชีเขาก่อน เดี๋ยวแนวทางปฏิบัติก็จะนำเสนอที่ประชุม ก.กลาง ซึ่งจะไม่เป็นการตัดทิ้งเลย เพราะเขาสอบขึ้นบัญชีได้ก็ต้องประกาศ เราประกาศตามคะแนนที่สอบได้จริง ตอนนี้ทุกคนสอบได้จริงเท่าไหร่ ประกาศขึ้นไป แต่คนสอบได้จริงมีคะแนนที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่ถึง 100 คน จะดูว่าจะทำอย่างไรกับกลุ่มนี้ ซึ่งเราต้องมีวิธีการอยู่แล้วว่าต่อไปจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะเขาต้องยืนยันว่าได้คะแนนตามที่เขาทำ ตำรวจก็จะสอบสวนว่า กลุ่มที่ไม่ถึง 100 คนนี้ ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นด้วยวิธีการใด ทาง กสถ. กำหนดแนวทางไว้แล้ว
เมื่อถามว่า แสดงว่าสามารถสอบทีหลังได้ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า แน่นอน ถ้ามีข้อมูล เราก็จะประกอบกับข้อมูลที่ ผบ.ตร. ได้บอกแล้วว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ประชุมแล้ว โดยมีคนเกี่ยวข้องเป็นร้อย คนเหล่านี้จะมีการแจ้งมาที่กระทรวงมหาดไทย โดยจะมีการสอบใหม่เพราะอาจจะมีมากกว่า 5 คน ที่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพราะฉะนั้น 97 คน เราก็จะดำเนินการต่อไป ใครที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง สุดท้ายมันก็คือไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นอยู่ไม่ได้ อยู่ก็ไม่มีความสุข เขาก็รู้ตัวอยู่แล้ว และหากสอบสวนภายหลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก็ต้องมีหลักฐาน ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายภายหลัง
ขู่บอกไม่รู้เรื่องแต่หากพบจ่ายจริงโดนโทษหนักกว่าเดิม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แต่ตอนนี้หน้าที่ของ สถ. คือยกเลิกบัญชีเก่าและขึ้นบัญชีใหม่ที่เป็นคะแนนจริงที่ตรวจจากใบคะแนน เราก็ขึ้นบัญชีตามนั้น ถ้าใครที่เขาไม่ถูกต้อง ทำผิด ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ ถ้าเราสอบไปถึงก็จะทำให้คนเหล่านี้อยู่ไม่ได้ จะต้องถูกดำเนินการ แต่ก็ต้องให้สิทธิเขาที่จะให้เขาโต้แย้ง เช่น สมมุติบอกว่าตนเองไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อตำรวจสอบสวนกลางได้สอบพบข้อมูลว่าจ่ายเงินจริง คนที่ได้ดำเนินการให้คะแนนเพิ่ม สุดท้ายโทษอาจจะหนักกว่าเดิม ยิ่งรับราชการอยู่แล้ว ต้องถูกออกจากราชการ ถูกดำเนินคดี สุดท้ายอาจถูกขึ้นแบล็คลิสต์ หรือถึงขั้นจำคุกหรือเปล่าก็ต้องดูที่กฎหมายด้วย
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ได้คะแนนเพิ่ม นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า เราต้องไปตรวจสอบ ว่าได้คะแนนเพิ่มจากใคร ใครเป็นผู้เพิ่มคะแนนให้ ติดต่อกับใคร เพื่อจะทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น สมมุติอาจจะไม่ใช่ผู้เข้าสอบดำเนินการเองก็ได้ อาจจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้อง ซื้อเพื่อให้คะแนนเพิ่มขึ้น เมื่อตำรวจสืบไปถึงใคร บุคคลนั้นก็ต้องเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด ไม่มีใครสามารถหลุดรอดความผิดไปได้
ด้านนายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า กลุ่มที่ผ่าน แต่มีการปรับคะแนนขึ้น มีประมาณ 774 ราย เราตรวจสอบและสอบทานแล้ว ปรากฏว่า มีผู้ที่ขึ้นบัญชีแล้วในบัญชีรอบแรก 561 ราย ที่ไม่มารายงานตัว 211 ราย โดยใน 561 ราย แยกกลุ่มออกมาเพื่อเรียงลำดับจริง จะมีผู้ที่ยังคงอยู่ในบัญชีอยู่ 97 ราย ส่วนอีก 464 รายจะถูกเพิกถอน เพื่อไปรอคิวตามลำดับคะแนนที่แท้จริง
โดย 97 ราย ที่บรรจุ จะตอบคำถามสังคมอย่างไร ทางนายบุญประสงค์ กล่าวเสริมว่า เราใช้ตามข้อกฎหมายตามมาตรา 18 และ 19 ถ้าเขาผ่านเกณฑ์ภาค ก โดยถูกต้อง มีคะแนนถูกต้องก็ถือว่าผ่าน ส่วนการดำเนินการในชั้นของการทุจริต ก็เป็นชั้นของทาง ป.ป.ช. หรือ ตำรวจที่จะดำเนินการต่อ