ครม. รับทราบผลการพิจารณาศึกษาการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ดันความเท่าเทียมตั้งแต่ห้องเรียนถึงที่ทำงาน
วันที่ 5 ส.ค.2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาสและความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ หลังรวบรวมผลการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนานโยบายและการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศต่อไป
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายงานดังกล่าวสะท้อนการขับเคลื่อนของหน่วยงานภาครัฐในหลายมิติ ทั้งการพัฒนากฎหมาย การส่งเสริมการเข้าถึงบริการสาธารณะ การศึกษา การสาธารณสุข การจ้างงาน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเสมอภาค
ในด้านกฎหมาย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดทำคู่มือและแบบรายการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศสภาพ พร้อมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ขณะที่ กระทรวงยุติธรรม ได้ผลักดันการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม และอยู่ระหว่างทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้น
ด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศไว้ในหลักสูตรแกนกลาง ดำเนินมาตรการ “สถานศึกษาปลอดภัย 3 ป.” พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1579 และจัดให้มีครูแนะแนวและนักจิตวิทยาในสถานศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเคารพความแตกต่างของผู้เรียนทุกคน ขณะที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านความเท่าเทียมทางเพศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการศึกษาและการทำงานที่เปิดกว้างและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ด้านสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาคู่มือ “สุขภาพดีไม่มีเพศ” จัดบริการให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ข้ามเพศและบริการด้านฮอร์โมน ขณะที่ กรุงเทพมหานคร ได้จัดตั้ง BKK Pride Clinic จำนวน 31 แห่ง ให้บริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับผู้มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมพัฒนาห้องสุขาสำหรับทุกคน (Restroom for All) และจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศอย่างต่อเนื่อง
ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ส่งเสริมการจ้างงานที่ไม่เลือกปฏิบัติ พัฒนาสถานประกอบการต้นแบบที่เคารพความหลากหลายทางเพศ และผลักดันการปรับปรุงสวัสดิการแรงงานให้ครอบคลุมผู้มีความหลากหลายทางเพศมากยิ่งขึ้น ส่วน กระทรวงวัฒนธรรม และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนการจัดกิจกรรม Pride และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานผลการศึกษาครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมความเสมอภาคของผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยจะนำข้อเสนอและผลการศึกษามาใช้ประกอบการพัฒนานโยบายและการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิ โอกาส และบริการของรัฐได้อย่างเท่าเทียม ภายใต้หลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และไม่เลือกปฏิบัติ