“ปกรณ์” ถกสอบทุจริตสอบท้องถิ่นนัดสุดท้าย ก่อนชงนายกฯ ขอมั่นใจทุกเรื่องไม่ปล่อยผ่าน ลั่นหลังจากนี้กรรมใครกรรมมัน


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 ส.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 4/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน


โดยนายปกรณ์ กล่าวก่อนการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 4 และเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งจะเป็นรายงานสรุปที่ทางคณะอนุกรรมการ ได้ติดตามตรวจสอบ พร้อมโชว์เอกสารหลักฐานแนบที่เกี่ยวข้องกับถ้อยคำพยาน สัญญาจ้าง และเอกสารเหล่านี้ทั้งหมดจะมีการพิจารณารอบสุดท้าย และจะเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ส่วนไฟล์มีชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่จำนวนมาก และมีขั้นตอนกระบวนการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปสืบสวนสอบสวนและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นจะขอให้เป็นชั้นความลับไว้ก่อน 


โดยหลังประชุมเสร็จตน และคณะกรรมการ จะร่วมกันเล่าโดยสรุปให้ฟัง ซึ่งเรื่องจะสรุปให้ฟังคงเป็นหนังม้วนเก่า เพียงแต่มีรายละเอียดและข้อเสนอแนะ แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องรอให้นายกฯ สั่งการอย่างหนึ่งอย่างใด และยังย้ำว่าขอให้มั่นใจว่าเราไม่ได้ปล่อยผ่านในทุกเรื่อง โดยเรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ และจะเป็นเรื่องการสอบข้อเท็จจริง ที่เราหวังว่าจะกู้ภาพลักษณ์ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นขึ้นมา และทำให้กระบวนการต่างๆ ปรากฏขึ้น และจะเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต 


ส่วนเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็จะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งคนที่ทุจริต และมีส่วนร่วมในการทุจริต เราเพียงแต่ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ส่วนที่เหลือกรรมใครกรรมมัน พร้อมขอบคุณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กรุณารับเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และน้องๆจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจคนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดนั่งอยู่ปลายโต๊ะ คือ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 6 และทำหน้าที่เป็นโฆษกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกล่าวแซวว่า อย่าไปมีเรื่องกับเขา เขาจะสืบเสาะท่านจนละเอียดโล่งโจ้งไปหมด เป็นบุคคลที่อันตรายมาก แต่ดีสำหรับประเทศ