“ศิริกัญญา” ไม่ปิดทาง “เขียว-แดง” คุยตั้งรัฐบาล แต่กับ “น้ำเงิน” ย้ำไม่มีทางแน่นอน ขอโทษประชาชนเคยโหวต “อนุทิน” วันนั้น ทำ “ภูมิใจไทย” มาถึงวันนี้


วันที่ 3 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการดีลทางการเมืองระหว่างฝั่งสีแดงกับฝั่งสีเขียวจนทำให้รัฐบาลสั่นคลอน ว่า จริงๆ แล้วถึงไม่มีการดีลระหว่างเขียวกับแดง รัฐบาลก็มีความสั่นคลอนอยู่จากปัญหา 108 พันประการ ตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลมาอายุเพียง 3 เดือน แต่ข่าวฉาว ข่าวไม่ดีต่างๆ ตั้งแต่การทุจริตคอร์รัปชัน การโกง สว. หรือการบริหารจัดการภายในที่นำไปสู่ปัญหาอื่นที่เป็นปรากฏการณ์ เช่น พ่อทิพย์ ตนคิดว่าปัญหาพวกนี้มีค่อนข้างมาก อาจทำให้พรรคร่วมรัฐบาลคิดหนักอยู่เหมือนกันว่าจะตัดสินใจอย่างไร จะแบกไปด้วยกันอย่างนี้หรือไม่ ตนก็ไม่แปลกใจที่มีดีลลับ ซึ่งตนก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเขาไปดีลอะไรกัน เพราะไม่ได้มีการมาคุยกับสีส้มด้วย แต่ถึงมีดีลหรือไม่มีดีล เราก็ต้องนำมาเปิดเผยเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลให้ปรากฏในสภา ผ่านการอภิปรายตามมาตรา 151 และมาตรา 152 โดยจะมีการแถลงต่อสื่อมวลชนในช่วงเปิดสมัยประชุมสภา


เมื่อถามว่า ช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจพอจะเปิดเผยได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คงต้องมีการคุยกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย ซึ่งช่วงเวลายังไม่ได้มีการกำหนดกันอย่างชัดเจน จะเป็นลำดับขั้นตอน ถ้าจะอภิปรายทั้งมาตรา 151 และมาตรา 152 ที่ลงมติและไม่ลงมติ ก็ต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสม อาจจะต้องเริ่มจากการอภิปรายมาตรา 152 ก่อนแล้วค่อยไปที่มาตรา 151 หรือไม่ เพราะหากอภิปรายตามมาตรา 151 แล้วก็จะไม่สามารถยื่นอภิปรายในมาตรา 152 ต่อได้ จึงต้องมีการพูดคุยกัน แต่ในสมัยหน้าคิดว่าน่าจะมีขึ้นแน่นอน


เมื่อถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าไม่กลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ศิริกัญญา ร้อง “อ๋อเหรอคะ” ก็คงต้องมีการขู่ตัดไม้ข่มนามกันอยู่แล้ว ถ้าบอกว่ากลัวก็คงจะดูไม่ดี แต่อย่าประมาทแล้วกันว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านถืออยู่ในมือ จะสามารถโค่นล้มรัฐบาลได้หรือไม่ และแน่นอนว่าวิธีการที่ทำให้รัฐบาลล่มได้ คือการไม่สามารถรวบรวมเสียงของฝ่ายรัฐบาลได้ ถึงแม้ท้ายที่สุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่เกิดผลเพราะเสถียรภาพยังไม่สั่นคลอนมากพอ อย่างน้อยก็เป็นการเช็กเสียงว่าทางพรรคร่วมรัฐบาลยินดีที่จะแบกกันอยู่หรือไม่


เมื่อถามว่า แดงกับน้ำเงินรวมกันยังไม่ได้เสียงเพียงพอ ตามสมการต้องเอาพรรคส้มมารวมด้วย น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ก็จริงอย่างที่ถามเลย ถ้าเฉพาะแดงกับเขียวก็อาจจะไม่มีผล อาจเป็นไปได้สองทาง ว่าเขียวกับแดงอาจจะเจรจาให้ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หรือจะเจรจาเพื่อตั้งรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตามคงต้องมาคุยกับฝั่งเราด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสมการทางการเมืองอาจจะไม่ครบถ้วน


เมื่อถามว่า พรรคประชาชนไม่ติดอะไรใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ก็สามารถพูดคุยกันได้  เมื่อถามว่า ไม่ปิดทางแดงกับเขียว แต่ถ้าเป็นน้ำเงินมาคุย ปิดทางแน่นอนแล้วใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า ใช่ เขาคงไม่มาคุยกับเราถ้าเป็นกรณีนี้


เมื่อถามว่า หากเอาแดงออกแล้วเอาส้มเข้าไปอยู่ ไม่มีทางแล้วใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้น จุดยืนเราก็ชัดเจนในจุดนี้ ในฐานะที่เราก็ทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ได้เห็นข้อบกพร่องของการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยเยอะมาก ท้ายที่สุดการเปลี่ยนเข้าไปร่วมเราไม่สามารถทำได้


เมื่อถามว่า มองยังไงกับการที่คนยังวิเคราะห์กันอยู่ ว่ารัฐบาลมาถึงจุดนี้ได้เพราะพรรคประชาชนไปโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี น.ส.ศิริกัญญา ถามกลับว่า “ยังวกกลับไปอยู่ได้อีกหรือ จริงๆ นายกรัฐมนตรีก็เลิกขอบคุณพรรคประชาชนมาสักพักแล้ว ไม่สำนึกบุญคุณของเราอีกต่อไปแล้ว ดิฉันก็ห้ามไม่ได้ที่จะมีคนคิดแบบนั้น ก็ต้องขออภัยด้วยที่ในอดีตเราเคยมีการตัดสินใจ ที่ไม่ได้ล่วงรู้ว่าจะถูกบิดข้อตกลงที่เคยได้ตกลงกันเอาไว้ ท้ายที่สุดก็เป็นบทเรียนที่ทำให้เราหลาบจำเหมือนกันว่า การจะไปทำข้อตกลงอะไรกับใครจะถือว่ามีสัจจะคงไม่ได้ ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนมากจริงๆ ที่ในวันนั้นทำให้ผิดหวัง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยมาถึงทุกวันนี้ สุดแต่ว่าจะมีใครวิเคราะห์ไปทางไหน แต่เราก็ขออภัยไปแล้ว” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว