ห่วงประชาชน “นายกฯ อนุทิน” กำชับจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมยกระดับเฝ้าระวังดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก เตรียมสำรองยา-เวชภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง สั่งกรมทางหลวงเปิดทางระบายน้ำ-ยกระดับสะพาน แก้จุดคอขวด
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ห่วงความปลอดภัยพี่น้องประชาชน เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังและเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างรัดกุม พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อไปว่า จากการประเมินและคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จากพยากรณ์อากาศพบว่า ในช่วงวันที่ 3-6 สิงหาคม 2569 ทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ทำให้มีความเสี่ยงต่อระบบสาธารณสุข ทั้งตัวสถานพยาบาล เส้นทางของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ (EMS/Refer) และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้ป่วยทุกคน กำชับให้สาธารณสุขทุกจังหวัดและเขตสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งเส้นทางบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ในสายหลักและสายสำรอง รวมถึงระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง น้ำ ออกซิเจน ยา เลือด และเวชภัณฑ์ ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง พร้อมเตรียมแผนสำรองบริการสำคัญ การส่งต่อผู้ป่วย ดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้ออกซิเจน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง
“ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 3-9 สิงหาคม 2569 ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569”
เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม “บางระกำโมเดล” ลุยแก้จุดคอขวดลุ่มน้ำยมอย่างยั่งยืน
ทางด้าน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน เดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในพื้นที่ “บางระกำโมเดล” จังหวัดพิษณุโลก อย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบหมายให้ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและรับฟังข้อเสนอจากประชาชนเพื่อเร่งกำหนดมาตรการแก้ไขทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน เพื่อนำข้อเสนอและอุปสรรคที่พบเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยพื้นที่อำเภอบางระกำ เป็นพื้นที่รับน้ำสำคัญของลุ่มน้ำยม ที่ประสบทั้งปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากและภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
นางสาวลลิดา กล่าวต่อไป จากการลงพื้นที่พบว่าจุดคอขวดสำคัญอยู่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำยม บ้านวังเป็ด อำเภอบางระกำ ซึ่งมีช่องเปิดใต้สะพานและหน้าตัดลำน้ำไม่เพียงพอ ทำให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพในช่วงน้ำหลาก กรมทางหลวงจึงเร่งดำเนินการเปิดช่องทางระบายน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาให้ทันฤดูน้ำหลากปีนี้พร้อมเดินหน้าศึกษา และออกแบบการยกระดับสะพาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้มอบหมายให้กรมทางหลวงเร่งออกแบบปรับปรุงจุดกลับรถแห่งใหม่และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเพิ่มเติมในพื้นที่ ตามข้อเสนอของประชาชน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้เส้นทาง
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการเดินทาง ลดผลกระทบจากอุทกภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”