“พลพีร์” นำมหาดไทย ขน 2,000 ร้านค้า บุกเมืองทองธานี โชว์ 4 โซนไฮไลต์ใหม่ “สายมู-หรู-คราฟต์-สุราพื้นบ้าน”  ใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ได้ด้วย คาดเงินสะพัดทะลุ 800 ล้านบาท


วันที่ 2 สิงหาคม 2569 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน เชิญชวนคนไทยร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 พบกับผลิตภัณฑ์ OTOP กว่า 2,000 ร้านค้าจากทั่วประเทศ พร้อมโชว์ไฮไลต์ 4 โซนใหม่ และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำสิทธิ์ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” มาเป็นส่วนลดในการเลือกซื้อสินค้า คาดว่างานนี้จะมีเงินสะพัดกว่า 800 ล้านบาท และยังมีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ ประจำปี 2569 “พิมประภา ตั้งประภาพร” โดยงานจะเริ่มขึ้นในระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ภายใต้แนวคิด RADIANCE OF SIAM  สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนักร้องนักแสดง น.ส.พิมประภา ตั้งประภาพร พรีเซนเตอร์ ประจำปี 2569 ร่วมถ่ายทอดความสำคัญและความพิเศษของงาน  โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมงาน ณ ลาน The Hill ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จังหวัดนนทบุรี อย่างพร้อมเพรียง


นายพลพีร์ เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับ OTOP ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพราะเป็นกลไกที่ทำให้รายได้กระจายลงสู่ประชาชนในระดับตำบลและหมู่บ้านโดยตรง วันนี้ OTOP ไม่ใช่เพียงโครงการส่งเสริมอาชีพหรือเพิ่มรายได้อีกต่อไป แต่มุ่งสร้างผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่จากทุกตำบล ทุกอำเภอ และทุกจังหวัด ให้สามารถแข่งขันได้ในโลกการค้ายุคใหม่ 

โดยกระทรวงมหาดไทยได้ยกระดับการให้บริการสู่ “OTOP One Stop Service” ศูนย์บริการผู้ประกอบการชุมชนแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการรับรองมาตรฐานผ่านระบบ Fast Track การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ และการขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมยกระดับ OTOP ใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การผลิต การตลาด การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี และการบริหารการเงิน ควบคู่กับการปรับภาพลักษณ์สินค้า เพื่อให้คำว่า “Made in Thailand” กลายเป็นสัญลักษณ์ของคุณค่า คุณภาพ และความภาคภูมิใจของคนไทย


ทางด้าน อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวถึงการจัดงานว่า มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง โดยหัวใจสำคัญของงานยังอยู่ที่การนำเสนอความงดงามของ ผ้าไทย ในมิติที่หลากหลาย นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รวบรวมผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้ง 5 ประเภท OTOP ชวนชิม รวมถึงการจัดพื้นที่ Studio Live Streaming เพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์  โดยมีโปรโมชั่นทั้งคูปองส่วนลด ยิ่งช้อปยิ่งคุ้ม และโปรแกรมจัดส่งฟรีด้วย

สำหรับไฮไลต์ในปีนี้ ได้ออกแบบ 4 โซนใหม่ ประกอบด้วย  

1. OTOP MuTelu เป็นพื้นที่ที่สะท้อนอีกมิติหนึ่งของภูมิปัญญาไทย โดยรวมความเชื่อ ความศรัทธา และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราง วัตถุมงคล งานศิลป์สายมู หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อในแต่ละภูมิภาค ซึ่งวันนี้ได้รับการพัฒนาให้มีทั้งความงดงาม คุณภาพ และดีไซน์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ 

2. OTOP Craft & Design พื้นที่ต่อยอดงานหัตถกรรมดั้งเดิม มาผสมผสานกับแนวคิดด้านดีไซน์ นวัตกรรม และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ทำให้ผลิตภัณฑ์ OTOP ไม่ได้เป็นเพียงของใช้หรือของฝาก แต่เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน 

3. OTOP Luxury ยกระดับเครื่องประดับและอัญมณีจากฝีมือช่างศิลป์ท้องถิ่นทั่วไทย มาจัดแสดงในรูปแบบพรีเมียม (OTOP Premium) เพื่อเปิดโอกาสในการจับคู่ธุรกิจและเจรจาการค้าระดับ B2B 

4. OTOP Spirits Tasting คัดสรรเครื่องดื่มพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วประเทศมาให้ได้สัมผัส เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสการแข่งขันทางการตลาดใหม่ๆ

ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน คาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท ช่วยส่งต่อรายได้ไปยังครอบครัว ผู้ผลิตวัตถุดิบ ช่างฝีมือ และเครือข่ายในชุมชนทั่วประเทศ

ขณะที่ น.ส.พิมประภา ตั้งประภาพร หรือ พิม พิมประภา พรีเซนเตอร์ประจำปี 2569 ซึ่งปรากฏตัวในชุดผ้าไทยร่วมสมัย กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน และได้ช่วยถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยไปสู่คนรุ่นใหม่พร้อมมองว่าผ้าไทยและสินค้า OTOP ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาทั้งด้านการออกแบบ สีสัน รูปแบบ และการใช้งาน จนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมน้อมรำลึก ชื่นชมคุณค่าผ้าไทย ชม ชิม ช้อป และใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทย พลัสอย่างคุ้มค่า ภายในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มาร่วมกันเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตตัวจริง เพราะทุกผืนผ้าที่เลือกสวมใส่ และทุกผลิตภัณฑ์ OTOP ที่เลือกซื้อ ไม่ได้เพียงมอบความสุขให้แก่ผู้รับ แต่ยังเป็นการร่วมรักษาภูมิปัญญา สืบสานคุณค่าของแผ่นดิน และส่งต่อรายได้กลับไปยังชุมชนไทยทั่วประเทศ