“ภราดร” ตรวจเข้มแผนรับมือน้ำเหนือ  เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วมสิงห์บุรี เตรียมความพร้อมจัดทำแนวป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยและประเมินความพร้อมในการป้องกันและรับมือมวลน้ำจากภาคเหนือ โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมนายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สส.สิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่


จุดแรก คณะลงพื้นที่บริเวณปากคลองกระทุ่มโพรง หมู่ที่ 6 ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาตลิ่งทรุด โดยรับฟังการบรรยายสรุปจากโครงการชลประทานสิงห์บุรีเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางแก้ไข


จากนั้น เวลา 10.45 น. ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี  เพื่อติดตามแผนการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมระยะทางประมาณ 800 เมตร เพื่อแก้ไขจุดช่องว่างของแนวป้องกันน้ำหรือ ฟันหลอ  โดยเสนอของบประมาณ 250 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2571 เพื่อป้องกันน้ำหลากเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด พร้อมรับฟังข้อมูลจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชันสูตรเกี่ยวกับความก้าวหน้าของโครงการและแผนการดำเนินงาน

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้ติดตามโครงการก่อสร้างถนนสาย 311 ช่วงแยกไกรสรราชสีห์–แยกศาลหลักเมือง ซึ่งมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 20 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 รวมถึงแผนปรับปรุงสะพาน ก่อสร้างวงเวียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและพัฒนาเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัด ตลอดจนการเสนอของบประมาณติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชน


ด้านการป้องกันอุทกภัย ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาตลิ่งพังบริเวณตำบลพระงาม ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤต โดยปรับแนวป้องกันใหม่และก่อสร้างด้วยเสาเข็มลึก 16 เมตร เพื่อลดความเสี่ยงจากการทรุดตัวของดิน โครงการแบ่งดำเนินการ 4 ระยะ วงเงินรวม 180 ล้านบาท และบรรจุไว้ในแผนงบประมาณปี 2571–2574 แล้ว


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจังหวัดสิงห์บุรี บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำเหนือในปี 2569 แม้การคาดการณ์สภาพอากาศจะมีแนวโน้มปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย แต่ทุกหน่วยงานต้องไม่ประมาท พร้อมจัดทำแผนเผชิญเหตุ เตรียมกำลัง เครื่องมือ และทรัพยากร เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที


นายภราดร กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง และบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยให้มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำเหนือที่อาจส่งผลกระทบต่อจังหวัดสิงห์บุรีในระยะต่อไป