กมธ.ท่องเที่ยว ลงพื้นที่ภูเก็ต รับฟังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแก้กฎหมายโรงแรม-ทบทวนจัดโซนนิ่ง-จราจรไร้ระเบียบหน้าสนามบินฯ เล็ง ชงรัฐบาลแก้ไขปัญหาต่อ  


วันที่ 1 ส.ค. 2569 พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม พรรคกล้าธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต และศาลาว่าการจังหวัดภูเก็ต เพื่อศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดดังกล่าว โดยพบว่าแม้จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารในปี 2569 ชะลอตัวเล็กน้อยจากสถานการณ์โลก และการปรับเส้นทางบินของบางสายการบิน แต่ท่าอากาศยานฯยังเดินหน้าแผนพัฒนาท่าอากาศยานระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารในอนาคต ควบคู่กับการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ พื้นที่จอดอากาศยาน โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อ และห้องน้ำ โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการได้ภายในปีหน้า 


พันโท สินธพ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปัญหาหลายประเด็น ทั้งการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดระเบียบพื้นที่หน้าอาคารผู้โดยสาร การจอดรถ และพฤติกรรมบางส่วนที่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด โดยคณะกรรมาธิการจะรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอทั้งหมด เสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการแก้ไขในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ


จังหวัดภูเก็ตได้เสนอประเด็นเร่งด่วนต่อคณะกรรมาธิการ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การผลักดันแก้ไขกฎหมายโรงแรม เนื่องจากปัจจุบันมีโรงแรมประมาณ 4,000 แห่ง แต่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องเพียงราว 1,000 แห่ง ส่วนที่เหลือติดข้อจำกัดด้านกฎหมายอาคารและการใช้ที่ดิน ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษี 2.เสนอให้ทบทวนการกำหนดโซนนิ่งสถานบริการ และผลักดันการปรับปรุงกฎหมายรองรับการบริหารจัดการธุรกิจเจ็ตสกี ทั้งการจดทะเบียน การกำหนดเส้นทางเดินเรือ การนำระบบ GPS มาใช้ควบคุม และ 3.รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณสนามบินและจุดคับคั่งต่าง ๆ ซึ่งยังติดข้อจำกัดด้านระเบียบและงบประมาณ.