โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จี้ ประธานสภา กทม.  สอบ “สก.พรรคประชาชน” ปมกดบัตรแทนกัน  หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ตอกย้ำสภา กทม. ต้องตรวจสอบได้ จะโปร่งใสแค่บางคนหรือ “ฮั้ว สก.” ได้บางคน 


วันที่ 1 ส.ค. 2569  นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงแทนกันของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่า ในการประชุมสภา กทม. ครั้งที่ผ่านมา มีการผลักดันหลายวาระที่ทำให้การตรวจสอบมีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายทอดสดการประชุม ซึ่งท่านประธานสภาและรองประธานท่านใหม่เป็นผู้ผลักดัน  แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ชวนให้เกิดข้อสงสัย คือกรณีการเสียบบัตรแทนกันของ สก.ไซราม (เขตสาทร) และ สก.ภัทรศักดิ์ (เขตยานนาวา) พรรคประชาชน ซึ่งในคำชี้แจงที่ สก.ภัทรศักดิ์ เขียนภายหลังว่า เครื่องลงคะแนนของ สก.ไซราม เสียมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน จึงต้องขยับมานั่งชิดกัน ทำให้ “เผลอ” กดผิดเครื่อง แต่คำอธิบายนี้สวนทางกับสิ่งที่พูดสดๆ ในสภาตอนเกิดเหตุ ซึ่งระบุว่า เป็นเครื่องของตนเองที่เสีย จึงต้องไปใช้เครื่องของ สก.ไซราม  ระบบโหวตของสภา กทม. คือ เมื่อถึงวาระจะมีไฟกระพริบสามช่องในช่วงเวลาที่ให้ลงมติ เมื่อกดโหวตแล้ว ไฟจะหยุดกระพริบและสว่างค้างไว้

“ผมขอตั้งคำถามว่า  1.ก่อนที่ สก.ภัทรศักดิ์ จะกดลงมติในเครื่องของ สก.ไซราม เครื่องของท่านเอง ขัดข้องในลักษณะใด และไฟของเครื่องท่านเองค้างสว่างตามปกติหรือไม่ก่อนหน้านั้น เพราะหากเครื่องท่านใช้งานได้ปกติ จนโหวตสำเร็จไปแล้วหนึ่งมติ (ของท่านเอง) เหตุใดจึงต้องไปกดอีกมติหนึ่ง (ของ สก.ไซราม) ในช่วงเวลาไฟกระพริบเดียวกัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาจำกัด


2. สก.ไซราม อยู่หน้าห้องประชุมและออกไปเพียงเพื่อคุยโทรศัพท์  คำถามคือ เหตุใดท่านจึงไม่กลับเข้ามาแสดงตนทันทีที่ทราบว่า  มีการลงมติในช่วงเวลาที่ท่านไม่อยู่ เพื่อขอให้ลงคะแนนใหม่เฉพาะส่วนของท่าน แทนที่จะปล่อยให้เป็นประเด็นโต้แย้งในสภา

3. ทางประธานสภาและรองประธานสภา จะขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหรือไม่ เพื่อยืนยันช่วงเวลาที่ไซรามออกจากห้องและกลับเข้ามา รวมถึงลักษณะการกดบัตรของ สก.ภัทรศักดิ์ ว่าเป็นการเผลอจริงหรือไม่ หรือกล้องในจุดดังกล่าวใช้งานไม่ได้

4. ทางประธานสภาและรองประธานสภา จะสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบเครื่องลงคะแนนหรือไม่ ว่าเครื่องของ สก.ภัทรศักดิ์ ขัดข้อง/เสียจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ คำให้การจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบโดยตรงนี้ จะเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการดำเนินการเรื่องจริยธรรมในขั้นตอนต่อไป

5. ทางประธานสภาและรองประธานสภา จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่าผิดจริงจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไปหรือไม่

ทั้งหมดนี้จะพิสูจน์ได้ว่า สภา กทม. จะดำเนินการเรื่องจริยธรรมอย่างจริงจังหรือไม่  หรือจะเลือกโฟกัสเฉพาะเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน โดยละเลยประเด็นจริยธรรมของ สก.เอง  วันนี้คือจุดเริ่มต้นของนิมิตหมายที่ดีในการทำให้สภา กทม. โปร่งใส  แต่คำถามคือ จะโปร่งใสเฉพาะบางคน หรือโปร่งใสกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน  ซึ่งหากทำไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นว่ามีการ “ฮั้ว สก.”  สิ่งนี้พิสูจน์ได้ด้วยการที่ท่านประธานสภาหรือรองประธานสภาตอบคำถามทั้ง 5 ข้อข้างต้นให้ชัดเจน” นายพงศกร ระบุทิ้งท้าย