ประธาน กมธ. ป.ป.ช. บุก สถ.ตรวจตู้เซฟแฟลชไดรฟ์ต้นฉบับสอบท้องถิ่นห้องอธิบดี สถ. ก่อนเปิดห้องทำงาน “ผอ.บุรณี” ชี้ข้อมูลประกาศผลตรงแฟลชไดรฟ์ แต่ไม่ตรงกระดาษคำตอบ
วันที่ 31 ก.ค.2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร นำคณะเข้าหารือความคืบหน้ากรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น พร้อมด้วยนายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยได้เยี่ยมชมห้องทำงาน รวมถึงตรวจดูตู้นิรภัยที่เก็บแฟลชไดรฟ์ไฟล์ต้นฉบับข้อสอบภายในห้องอธิบดี สถ. และห้องทำงานของ ผอ.บุรณี ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในข้าราชการระดับสูงที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงและมีคำสั่งย้ายออกจากตำแหน่งชั่วคราว
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า จากการชี้แจงในวันนี้ ทำให้เข้าใจว่าข้อมูลที่นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ไม่ได้มาจากแฟลชไดรฟ์ที่เก็บไว้ในห้องอธิบดีตามที่เข้าใจในตอนแรก แต่เป็นข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องของ ผอ.บุรณี ที่ใช้ติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) โดยไม่ทราบรายละเอียดการติดต่อ แต่เมื่อไฟล์เสร็จสมบูรณ์ ข้อมูลสุดท้ายจากโต๊ะทำงานดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม กสถ. ส่วนแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในห้องอธิบดีมีการแก้ไขข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้เป็นตัวที่นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม เพราะใช้ข้อมูลจากโต๊ะทำงานดังกล่าว
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า หากต้องการเอาผิดผู้บงการหรือ “บิ๊กบอส” ก็ต้องให้กำลังใจทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะทุกฝ่ายต่างต้องการจับผู้กระทำผิดให้ได้ทั้งหมด หากจับได้ครบถ้วน นักการเมืองที่ไม่ได้เกี่ยวข้องก็จะไม่ถูกตำหนิ ขณะเดียวกัน ข้าราชการจำนวนมากที่ไม่ได้กระทำผิดก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงควรให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังดำเนินการตรวจสอบ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถสาวไปถึงผู้บงการได้หรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ต้องให้กำลังใจทุกหน่วยงาน เพราะทุกฝ่ายก็ต้องการจับผู้กระทำผิดให้ได้ ตนเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวทางที่ได้แจ้งต่อที่ประชุม โดยตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เมื่อย้อนกลับไปดูการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 คน แสดงให้เห็นว่า ป.ป.ช. มีข้อมูลอยู่ก่อนแล้ว และนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในวันนี้ จึงเข้าใจเหตุผลที่ ป.ป.ช. ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ตนเชื่อว่า ป.ป.ช. ทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ และหวังว่าภายใน 3 เดือน ผู้กระทำผิดทุกระดับจะได้รับโทษ แต่ก็ต้องอาศัยการติดตามจากทุกฝ่าย หากประชาชนยังมีข้อสงสัยสามารถแจ้งข้อมูลมายัง กมธ.ป.ป.ช. ได้ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปได้หรือไม่ว่าห้องทำงานดังกล่าวเป็นจุดที่ใช้ประมวลผลรายชื่อก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม กสถ. เพื่อประกาศผลสอบ นายบุญประสงค์ กล่าวว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นเครื่องประมวลผลที่ใช้ร่วมกับ มศว. และบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านจากโต๊ะทำงานนี้จะถูกนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กสถ. เมื่อ กสถ. อนุมัติแล้ว จึงประกาศผ่านเว็บไซต์ของ สถ. ซึ่งตรงกับข้อมูลที่อยู่ในแฟลชไดรฟ์ภายในห้องอธิบดี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับต้นฉบับที่ส่งมาหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ไม่ตรงกับกระดาษคำตอบ โดยจากการตรวจสอบพบผู้เข้าสอบ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่สอบผ่านจริงและได้คะแนนตรงตามข้อสอบ กลุ่มที่สอบตกแต่คะแนนถูกแก้ไข และกลุ่มที่สอบผ่านแต่ได้คะแนนต่ำ ก่อนถูกปรับเพิ่มคะแนนจนได้รับการบรรจุในรอบที่หนึ่ง รอบที่สอง และรอบที่สาม ทั้งสามกลุ่มนี้ใช้ข้อมูลจากโต๊ะทำงานดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กสถ. ก่อนประกาศบนเว็บไซต์ ซึ่งตรงกับข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ของอธิบดี
เมื่อถามว่ามีผู้ดำเนินการเพียงคนเดียวหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า โต๊ะดังกล่าวเป็นโต๊ะทำงานของ ผอ.บุรณี แต่กระบวนการสอบแข่งขันมีข้าราชการเกี่ยวข้อง 4 คน ได้แก่ รองอธิบดี ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้ที่ต้องการเข้าถึงแฟลชไดรฟ์ในห้องอธิบดีต้องขออนุญาตเจ้าของห้องก่อน จึงมองว่าคำตอบหลายอย่างอยู่ในกระบวนการนี้แล้ว แต่จะเชื่อมโยงจากผู้เกี่ยวข้องระดับปฏิบัติการไปถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้อย่างไร ต้องอาศัยการทำงานของ ป.ป.ช. และตำรวจในการนำข้อมูลทั้งหมดมาปะติดปะต่อ
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า วันนี้ยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบเส้นทางการเงินกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ตามทีโออาร์กำหนดให้เก็บแฟลชไดรฟ์ไว้ในห้องอธิบดีเพื่อใช้ตรวจสอบ แต่กลับพบว่าข้อมูลสำรองมาสิ้นสุดที่โต๊ะทำงานดังกล่าว จึงยังไม่ทราบว่าหลังจากนั้นมีการนำข้อมูลไปสำรองไว้ในตู้นิรภัยหรือไม่ ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบ รวมถึงเหตุใดข้อมูลในแฟลชไดรฟ์จึงตรงกับข้อมูลที่ใช้ประกาศผล
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ ป.ป.ช. และตำรวจ หากผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับต่าง ๆ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ก็สามารถกันไว้เป็นพยานได้ เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้ที่อยู่ในระดับสูงสุด
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ในวันนี้ถือว่ามีความคืบหน้าหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า มีความคืบหน้าและได้รับข้อยืนยันหลายประเด็น จนเกิดเป็นคำถามเพิ่มเติมรวม 19 ข้อ ซึ่งได้ส่งให้ สถ. ชี้แจงแล้ว หลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดก่อนสรุปเป็นรายงานเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป