รมว.ท่องเที่ยวฯ เปิดงาน Thailand Tourism Leadership Forum ชูวิสัยทัศน์ยกระดับ “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” สู่ “เศรษฐกิจการท่องเที่ยว” ดันเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน Thailand Tourism Leadership Forum ซึ่งจัดโดยสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเต็ล จังหวัดนนทบุรี พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อนาคตท่องเที่ยวไทยกับการเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” เพื่อประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของรัฐบาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่สำคัญว่า ในปัจจุบันโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง การท่องเที่ยวจึงไม่ได้เป็นเพียงอุตสาหกรรมบริการอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “ระบบเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงกับหลากหลายภาคส่วน ทั้งการบิน โรงแรม ร้านอาหาร เกษตร สุขภาพ กีฬา วัฒนธรรม ดิจิทัล การคมนาคม การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
รัฐบาลชุดนี้มีความเชื่อมั่นว่า การท่องเที่ยวคือเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย เพราะเม็ดเงินทุกบาทจากการท่องเที่ยวไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะโรงแรมหรือบริษัททัวร์ แต่จะถูกกระจายไปยังเกษตรกร ชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และธุรกิจบริการอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงมุ่งมั่นที่จะผลักดันการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการบริหาร “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” สู่การบริหาร “เศรษฐกิจการท่องเที่ยว” (Tourism Economy) แบบบูรณาการ
โดยมีการปรับโครงสร้างครั้งประวัติศาสตร์ในการรวมภารกิจด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการปรับวิธีคิดของประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการนำทุนทางวัฒนธรรม เช่น อาหารไทย มวยไทย เทศกาล งานศิลปะ หัตถกรรม ดนตรี สุขภาพและเวลเนส มาต่อยอดเพื่อขาย “ประสบการณ์” ให้แก่นักท่องเที่ยว มากกว่าการขายเพียงแค่ “สถานที่”
ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดทิศทางในการยกระดับการท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นในมิติต่างๆ ดังนี้:
- ยกระดับจากการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว สู่การเพิ่มมูลค่าต่อคน
- ยกระดับจากการกระจุกตัวของรายได้ สู่การกระจายโอกาสสู่เมืองรองและชุมชน
- ยกระดับจากการแข่งขันด้านราคา สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ
- ยกระดับจากการทำงานแบบต่างคนต่างทำ สู่การบูรณาการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน
ในช่วงท้าย รัฐมนตรีฯ ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของภาคเอกชนในฐานะหุ้นส่วนสำคัญของการพัฒนา
โดยระบุว่าหน้าที่ของรัฐบาลคือการสร้างนโยบายที่ชัดเจน สร้างกติกาที่เอื้อต่อการแข่งขัน และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่ภาคเอกชนคือผู้ที่อยู่แนวหน้าในการร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่แข่งขันด้วยคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งอนาคตของการท่องเที่ยวไทยจะไม่ถูกกำหนดด้วยจำนวนผู้มาเยือน แต่จะถูกกำหนดด้วยคุณค่าที่ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทศวรรษต่อไป