เปิดรายละเอียด “พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” เริ่มลงทุนเพียง 100 บาท ได้ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80 ต่อปี หวังสร้างวินัยการออมคนในประเทศ ลดภาระการเงินการคลังในระยะกลางถึงยาว และรับมือสังคมสูงวัย
พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส คืออะไร และเปิดขายวันไหนบ้าง
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 วันนี้ถือเป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดขาย “พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” วงเงิน 2,000 ล้านบาท ผ่านแอปเป๋าตัง ในรูปแบบ first come first serve เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย โดยรัฐบาลหวังว่าจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยแก้โจทย์เชิงโครงสร้างสำคัญของประเทศ ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งเรื่องคนไทยจำนวนไม่น้อยยังมีเงินออมไม่ถึง 6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น ขณะที่หนี้ครัวเรือนไทยยังสูงกว่า 86% ของ GDP ติดอันดับต้นๆ ของภูมิภาค และการออมของไทยลดลงต่อเนื่อง จากร้อยละ 27.7 ของ GDP ในปี 2557 เหลือล่าสุดเพียงร้อยละ 25.3 ของ GDP ในขณะที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว วันนี้มีถึง 53 จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเกินร้อยละ 20 แต่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีความมั่นคงทางการเงิน ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินการคลังของประเทศในระยะกลางถึงยาว
“พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” ซื้ออย่างไร
- เริ่มลงทุนเพียง 100 บาท ก็ได้ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80 ต่อปี พันธบัตรมีอายุ 3 ปี และพันธบัตรอายุ 10 ปี ให้ผลตอบแทนร้อยละ 2.80 ต่อปี ซื้อผ่านทางวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เริ่ม 31 ก.ค. 69
- Bond Connect Platform เปิดให้ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ลงทุนเริ่มต้น 1,000 บาท ผ่านธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วม และแอปพลิเคชัน Streaming เริ่ม 3-5 ส.ค. 69
“พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” มีผลดีอย่างไร
1) ชั้นครัวเรือน วินัยออมสม่ำเสมอทุกเดือน ผลตอบแทนจูงใจกว่าเงินฝากทั่วไป เชื่อมพอร์ตลงทุนได้จริง เป็นก้าวแรกของความมั่นคงในวัยเกษียณ ซึ่งสำคัญยิ่งขึ้นในยุคที่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีกันชนทางการเงินรองรับตัวเอง
2) ชั้นตลาดทุน ตลาดรองที่โปร่งใสและมีสภาพคล่อง คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทย เชื่อมพันธบัตรออมทรัพย์แบบเดิมสู่ Digital Investment Ecosystem หนุนเป้าหมายพลิกฟื้นสัดส่วนการออมของประเทศที่ลดลงต่อเนื่องเกือบ 10 ปี ให้กลับมาแข็งแรงในปีแห่งการลงทุนนี้
3) ชั้นการคลังและโครงสร้างประชากร การขยายฐานผู้ออมในประเทศให้กว้างขึ้น คือส่วนหนึ่งของการกระจายเครื่องมือระดมทุนภาครัฐ ไม่ได้ช่วยแค่เสถียรภาพหนี้สาธารณะ แต่ช่วยเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือสังคมสูงวัยที่กำลังมาเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด ให้วัยทำงานวันนี้มีเครื่องมือออมระยะยาวที่มั่นคง ภาระที่จะตกไปอยู่กับระบบการเงินการคลังในอนาคตก็จะเบาลงตามไปด้วย