“เอกนิติ” ชี้ “พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” จะช่วยแก้โจทย์เชิงโครงสร้างสำคัญของประเทศ เริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80 ต่อปี เผยเปิดขายแรกผ่านแอปเป๋าตัง วงเงินรวม 2,000 ล้านบาทหมดเกลี้ยงภายใน 21 วินาที

สรุปปรากฏการณ์ "พันธบัตรออมพลัส" รอบแอปเป๋าตัง ขายเกลี้ยงใน 21 วินาที

วันที่ 31 ก.ค. 2569  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  โพสต์เฟซบุ๊กเล่าเรื่อง “พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” ที่กระทรวงการคลังเปิดจำหน่ายวันนี้วันแรก ว่า “พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์การออมตัวใหม่ แต่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยแก้โจทย์เชิงโครงสร้างสำคัญของประเทศ 

ก่อนอื่นขอบอกว่าทำไมเรื่องนี้ถึงจำเป็น 

1. วันนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมีเงินออมไม่ถึง 6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น ขณะที่หนี้ครัวเรือนไทยยังสูงกว่า 86% ของ GDP ติดอันดับต้นๆ ของภูมิภาค 

2. หากมองภาพรวมประเทศ ตัวเลขก็ไปทางเดียวกัน คือการออมของไทยลดลงต่อเนื่อง จากร้อยละ 27.7 ของ GDP ในปี 2557 เหลือล่าสุดเพียงร้อยละ 25.3  ของ GDP

3. ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว วันนี้มีถึง 53 จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเกินร้อยละ 20 แต่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีความมั่นคงทางการเงินเพียงพอ ซึ่งหากไม่ส่งเสริมการออมในวันนี้ อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินการคลังของประเทศในระยะกลางถึงยาว


นี่คือความเปราะบาง 3 ชั้นที่ซ้อนกันอยู่ ตั้งแต่ครัวเรือน ระดับประเทศ ไปจนถึงโครงสร้างประชากร โจทย์ของเราจึงไม่ใช่แค่ “ทำอย่างไรให้คนเริ่มออม” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ออมได้ต่อเนื่อง ออมได้จริง และต่อยอดสู่การลงทุน” เพราะในโลกยุคใหม่ มีรายได้อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป

ทำไม พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส 2569 ถึงได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม?

“พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” เป็นการเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนที่เข้าถึงง่ายให้แก่ประชาชน โดยกําหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 1.80 ต่อปี สำหรับรุ่นอายุ 3 ปีและ ร้อยละ 2.80 ต่อปี สำหรับรุ่นอายุ 10 ปี และผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ “พลัส” มากกว่าการออมรูปแบบเดิม ดังนี้

• “พลัส” ทุกเดือน มีจำหน่ายทุกเดือน เข้าถึงการออมได้ง่ายและทั่วถึง (Financial Inclusion)

• “พลัส” ผลตอบแทน ด้วยดอกเบี้ยที่จูงใจ

• “พลัส” ตลาดรอง ซึ่งมีกลไกตลาดมารองรับและช่วยสะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงและโปร่งใส

• “พลัส” ช่องทางจำหน่าย ด้วยการเพิ่มช่องทางจำหน่ายที่มากขึ้นผ่านทั้งวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์และแอปพลิเคชัน Streaming ประชาชนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือเลือกจองซื้อผ่านธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาท (small lot first ผ่าน Bond Connect Platform) เพื่อให้ประชาชน สามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับเงินออมและความสะดวกของตนเอง 


ประเด็นที่ตนเองอยากเน้นคือ “ออมพลัส” ไม่ได้ตอบแค่คนตัวเล็ก มันตอบโจทย์ประเทศด้วย ใน 3 ชั้น:

1) ชั้นครัวเรือน — วินัยออมสม่ำเสมอทุกเดือน ผลตอบแทนจูงใจกว่าเงินฝากทั่วไป เชื่อมพอร์ตลงทุนได้จริง เป็นก้าวแรกของความมั่นคงในวัยเกษียณ ซึ่งสำคัญยิ่งขึ้นในยุคที่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีกันชนทางการเงินรองรับตัวเอง

2) ชั้นตลาดทุน — ตลาดรองที่โปร่งใสและมีสภาพคล่อง คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทย เชื่อมพันธบัตรออมทรัพย์แบบเดิมสู่ Digital Investment Ecosystem หนุนเป้าหมายพลิกฟื้นสัดส่วนการออมของประเทศที่ลดลงต่อเนื่องเกือบ 10 ปี ให้กลับมาแข็งแรงในปีแห่งการลงทุนนี้

3) ชั้นการคลังและโครงสร้างประชากร — การขยายฐานผู้ออมในประเทศให้กว้างขึ้น คือส่วนหนึ่งของการกระจายเครื่องมือระดมทุนภาครัฐ ไม่ได้ช่วยแค่เสถียรภาพหนี้สาธารณะ แต่ช่วยเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือสังคมสูงวัยที่กำลังมาเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด ยิ่งวัยทำงานวันนี้มีเครื่องมือออมระยะยาวที่มั่นคง ภาระที่จะตกไปอยู่กับระบบการเงินการคลังในอนาคตก็จะเบาลงตามไปด้วย นี่คือหลัก Target ในกรอบ 5T ที่ตนเองยึดเสมอมา ใช้เครื่องมือการคลังอย่างมีเป้าหมายและมีวินัย ควบคู่กับความยั่งยืนระยะยาว

พลาดรอบแรกทำอย่างไร? เตรียมจองรอบใหม่ผ่าน Bond Connect 3-5 ส.ค. นี้

“การออมที่ดีที่สุดไม่ใช่การออมก้อนใหญ่ครั้งเดียว แต่คือการออมสม่ำเสมอในระยะยาว  ขณะที่เขียน FB อยู่นี้ ผมได้รับรายงานจาก ผอ. สบน. ว่า ล็อตแรกที่เปิดขายวันนี้ผ่านแอปเป๋าตัง (first come first serve) วงเงินรวม 2,000 ล้านบาทหมดเกลี้ยงภายใน 21 วินาที ! สำหรับคนที่พลาดวันนี้ เตรียมตัวให้พร้อมวันที่ 3 - 5 ส.ค. ขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยจะให้สิทธิรายย่อยก่อน (small lot first)  ผ่าน Bond Connect Platform และจะทยอยจำหน่ายต่อเนื่องทุกเดือนหลังจากนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.setinvestnow.com/th/bondconnect-selling-agent ขอบคุณสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ธปท. กลต. ตลท. ธนาคารและหลักทรัพย์ต่างๆ และทุกหน่วยงานที่ร่วมผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้จริงครับ”