ศาลปกครองกลางชี้ “แบนพาราควอต” ชอบด้วยกฎหมาย แต่สั่งเพิกถอนคำสั่งเก็บทำลายไร้มาตรการเยียวยา ให้กรมวิชาการเกษตรชดใช้เอกชน 116.9 ล้านบาท


วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ กรณีประกาศแบนสารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 พร้อมสั่งบังคับให้ผู้ผลิตและนำเข้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเก็บคืนและทำลายสารเคมีทั้งหมด โดยศาลวินิจฉัยแยกเป็น 2 ประเด็น

ประเด็นแรก ประกาศแบนสารเคมีชอบด้วยกฎหมาย ศาลพิพากษาว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะกรรมการวัตถุอันตรายออกประกาศห้ามผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครอง ถือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ เพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อสุขภาพ สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงให้ยกฟ้องในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม รมว.อุตสาหกรรม และคณะกรรมการวัตถุอันตราย

ประเด็นที่สอง คำสั่งให้เอกชนแบกรับค่าทำลายโดยไม่มีมาตรการเยียวยาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ที่ 750/2563 (ข้อ 6, 7 และ 8) โดยให้มีผลย้อนหลัง เนื่องจากคำสั่งที่บังคับให้ผู้ผลิต/นำเข้าต้องรับคืนสารเคมีและจ่ายค่าทำลายเองทั้งหมด โดยกรมวิชาการเกษตรปฏิเสธความรับผิดชอบและไม่มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา เป็นการสร้างภาระแก่เอกชนเกินสมควรและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พร้อมกันนี้ ศาลปกครองกลาง (คดีหมายเลขแดงที่ ส.7/2569) มีคำพิพากษาให้กรมวิชาการเกษตรชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัท ซินเจนทาฯ เป็นเงิน 116,984,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายนับถัดจากวันฟ้อง และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามสัดส่วนการชนะคดี โดยให้ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด