กรมการปกครอง เปิดศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนกรมการปกครอง อย่างเป็นทางการ ยกระดับป้องกันและปราบทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารศูนย์พัฒนาบุคลากรฝ่ายปกครอง วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองพร้อมด้วย นายวินัย โตเจริญ (ฝ่ายบริหารและพัฒนาระบบงาน) นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ (ฝ่ายบริหารและพัฒนาระบบงาน / ฝ่ายปกครองท้องที่) นายวิฑูรย์ สิรินุกุล (ฝ่ายการปกครองท้องที่) นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ (ฝ่ายการทะเบียนและเทคโนโลยีสารสนเทศ / ฝ่ายความมั่นคง) ได้ร่วมกันเปิด ศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง “DOPA NICLE” อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามต่อความมั่นคงจากขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยช่องโหว่ของระบบทะเบียน สวมสิทธิ์เป็นบุคคลสัญชาติไทยและนำสัญชาติไทยที่ได้มาโดยมิชอบไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย อาทิ การฟอกเงิน การถือครองทรัพย์สินแทน (นอมินี) และการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของระบบราชการอย่างร้ายแรง


นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กรมการปกครองได้ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาการทุจริตทางทะเบียน ซึ่งมีทั้งรูปแบบการสวมสิทธิ์บุคคลสัญชาติไทย และการสวมสิทธิ์บุคคลไร้สัญชาติเพื่อพัฒนาสถานะเป็นคนไทยในลำดับถัดไป โดยการกระทำดังกล่าวมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมหลายรูปแบบ จำเป็นต้องใช้กลไกเฉพาะด้านในการสืบสวน ตรวจสอบ และดำเนินคดีอย่างเข้มข้น การจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน หรือ DOPA N.C.C.E. Center” จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบูรณาการข้อมูล การรับแจ้งเบาะแส และการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ โดยกำหนดจุดประสานงานหลัก 3 แห่ง ได้แก่ สำนักบริหารการทะเบียน ศูนย์บริการประชาชน (วังไชยา) และกรมการปกครอง (อาคารธนาลงกรณ์ทาวเวอร์) พร้อมเปิดช่องทางรับแจ้งข้อมูลจากประชาชน โดยคุ้มครองความลับของผู้แจ้งอย่างเข้มงวด เพื่อให้การปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถปกป้องสิทธิ์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง


ทั้งนี้ กรมการปกครองได้จัดตั้งคณะทำงานและชุดปฏิบัติการต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนขึ้น ได้แก่ คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA NI.C.E.) ตามคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 492/2569 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยการบูรณาการ และขับเคลื่อนการสืบสวนปราบปรามการทุจริต ครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคาม การกำหนดนโยบายเชิงรุก การบังคับใช้กฎหมาย และการประชุมประเมินผลเป็นประจำทุกเดือน และจัดตั้งชุดปฏิบัติการสืบสวน จำนวน 4 ชุด และชุดช่วยอำนวยการฯ ตามคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 587/2569 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรับผิดชอบภารกิจสืบสวนสอบสวน เร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหา รวบรวมพยานหลักฐาน ตลอดจนลงพื้นที่จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนอย่างเคร่งครัด. คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ได้เปิดช่องทางรับฟังข้อมูลและข้อร้องเรียนผ่าน Facebook “DOPA NICE ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน” ส่งผลให้มีประชาชน ผู้เสียหาย และหน่วยงานต่าง ๆ แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนเป็นจำนวนมาก

ประกอบกับเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ได้มีการประชุมคณะทำงานฯ เพื่อกำหนดแนวทางยกระดับการดำเนินงาน โดยเห็นชอบให้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานและคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E. Center)” ในระยะเร่งด่วนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการอำนวยการ กำกับติดตาม สั่งการ และบูรณาการการประสานงานทั้งภายในกรมการปกครอง หน่วยงานภาคีตาม MOU และภาคประชาชน รวมถึงบริหารจัดการข้อมูลและช่องทางสื่อสารอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันในระยะยาวได้กำหนดให้จัดตั้งหน่วยงานถาวรภายใต้สำนักบริหารการทะเบียน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกัน ปราบปรามและสืบสวนวิเคราะห์ข้อมูลการทุจริตทางทะเบียนอย่างครบวงจร ผ่านโครงสร้างการทำงาน 3 ด้าน ได้แก่ งานข่าวและวิเคราะห์ข้อมูล งานสืบสวนและปราบปราม และงานป้องกันและประสานงาน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกลไกหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรง ในลักษณะบูรณาการทำให้การดำเนินงานบางส่วนขาดความต่อเนื่องและเอกภาพ จึงมีความจำเป็นในการจัดตั้งศูนย์ DOPA N.I.C.E. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาการทุจริตทางทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น


ผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถขยายผลไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด และเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่มิชอบจำนวนมาก อาทิ ปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง ปฏิบัติการสลายหมอกเชียงดาว ปฏิบัติการถอนเทาเมืองตราด ปฏิบัติการตัดบัตรกรุงเก่าย้อนเกล็ดมังกร ปฏิบัติการเผยเงามังกรกวาดล้างทะเบียน G เทา ปฏิบัติการปิดฉากแรงเงา และปฏิบัติการถอดเกล็ดมังกร พบเครือข่ายนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐร่วมทุจริต เช่น สวมสิทธิ ทำเอกสารเท็จ แจ้งเกิดเท็จ และย้ายทะเบียนบ้านโดยมิชอบ เพื่อให้คนต่างด้าวได้รับสัญชาติหรือได้รับสิทธิ โดยมีการจับกุมผู้ต้องหา และเพิกถอนรายการทุจริตจำนวนมาก