“อนุทิน” รีเซ็ต “มหาดไทย” ล้างบาง “บิ๊กคลองหลอด” ส.ค.นี้ โยกระดับรองปลัด-อธิบดี-ผู้ว่าฯ -ผู้ตรวจฯชุดใหญ่ สลายสิงห์ดำ-สิงห์แดง ยึดอาวุโส-ความสามารถ-ประสบการณ์  ส่วนตำแหน่งผู้ว่าฯ ต้องหนุนธุรกิจและเศรษฐกิจในพื้นที่


วันที่ 30  ส.ค. 2569 แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า จากปัญหาสะสมภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรณีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น การบุกรุกพื้นที่ของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภูเก็ต การกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ถือหุ้นหรือประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ รวมถึงปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ และการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง 


ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ตัดสินใจเดินหน้ารีเซตกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่ในเดือน ส.ค.


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายอนุทินเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย  ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยย้ำชัดถึงปัญหาการโกงสอบท้องถิ่นที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงตกต่ำ พร้อมประกาศไม่ต้องการให้ประชาชนเรียกกระทรวงมหาดไทยว่า “กระทรวงมหาไถ” และต้องการใช้สถานะนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา


แหล่งข่าวระบุว่า ภารกิจแรกที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค. คือการปรับย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ ครอบคลุมตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด 


โดยนายอนุทินวางนโยบายให้ก้าวข้ามความเป็น “สิงห์ดำ-สิงห์แดง” รวมถึงทุกกลุ่มทุกสีภายในกระทรวง เพื่อให้ข้าราชการทุกคนยึดหลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” รับใช้ประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด พร้อมสลายระบบแบ่งสี แบ่งก๊วน และสายการเมืองในการบริหารงาน


สำหรับบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในรอบนี้ จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ ความอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และประวัติการรับราชการที่ไม่มีความด่างพร้อย และโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสนับสนุนการประกอบธุรกิจ และเป็นกำลังหลักการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัด


แหล่งข่าวระดับสูงเปิดเผยอีกว่า นายอนุทินจะหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิดในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะมีข้าราชการระดับบริหารสูงเกษียณอายุราชการรวม 18 ราย 


ประกอบด้วย 1.นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย 

2.นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน 

3.นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 

4.นายณัฐวัชร์ วิริยานภาพรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสมภพ สมิตะสิริ 

5.ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 

6.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น 

7.นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก 

8.นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ 

9.นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

10.นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี 

11.นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี 

12.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ 

13.นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร 

14.นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา 

15.นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว 

16.นายนที มนตรีวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง 

17.นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี 

18. นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี 


นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งฝ่ายบริหารระดับต้นว่างอีก 24 ตำแหน่ง ได้แก่ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 1 ตำแหน่ง และรองผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 23 ตำแหน่ง


ทั้งนี้ ต้องจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะทยอยเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเข้าสู่การพิจารณาเลยหรือไม่