“อนุทิน” ควง “พิพัฒน์-นาที” สยบรอยร้าว ติดตลก 2 น. 1 พ. ยัน ครม.เดินหน้าทำงานร่วมกันราบรื่น บอกเคารพคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ ยึดกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน
วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ปัญญาสมวาร โดยภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนางนาที รัชกิจประการ ภริยานายพิพัฒน์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ยืนพูดคุยกัน จังหวะหนึ่ง นายอนุทิน ได้ยื่นพระที่เหน็บอยู่บริเวณเสื้อ ส่งให้นายพิพัฒน์ดู โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยรอยยิ้มและความชื่นมื่น โดยระหว่างทางที่จะเดินมายังตึกไทยคู่ฟ้า นายอนุทินได้บอกผู้สื่อข่าว ว่า “เห็นหรือยัง 2 น. กับ 1 พ. น.นาที กับ น.หนู”
โดยผู้สื่อข่าวได้ถามนายอนุทินว่า การเดินควงนายพิพัฒน์ในวันนี้ ถือว่าเป็นการสยบข่าวลือใช่หรือไม่ ทั้งนายพิพัฒน์และนายอนุทิน หัวเราะ ก่อนที่นายอนุทินจะบอกว่า “วันนี้วันพระ”
เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร จะบอกขำ ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะเดี๋ยวก็หาว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก แต่ย้ำว่าคณะรัฐมนตรีทุกคน ตั้งใจที่จะทำงาน ผลักดันงานต่างๆให้กับประเทศ ซึ่งแต่ละท่านก็ทำงาน อย่างนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่พูดคุยเรื่องคดีบุกรุกป่า ในจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่จะคุยเรื่องการตีความกฎหมาย ไม่ให้มีการอาศัยช่องโหว่ในการบุกรุกพื้นที่ และทุกคนในคณะรัฐมนตรีก็ช่วยเหลือตน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และกำกับดูแลหลายกระทรวง ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ตรงไหนที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์ ในเชิงสร้างสรรค์ หวังดีกับประเทศ และรัฐบาล พวกเราทุกคนไม่ใช่แค่รับฟังอย่างเดียว แต่ยังนำมาปฏิบัติด้วย พร้อมที่จะบอกด้วยว่า สิ่งที่เราแก้ไข ได้รับฟังมาจากผู้ที่ให้คำแนะนำ ขอให้ขับเคลื่อนประเทศไปในเชิงสร้างสรรค์ดีกว่า บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ใครไม่พอใจอะไร ก็ให้ใช้กระบวนการยุติธรรมในการตัดสิน อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัว อย่าใช้บทวิเคราะห์ของตัวเอง หรือบทวิเคราะห์ตามสื่อต่างๆ และมาตัดสินว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่า สิ่งนี้ไม่ใช่ และวันนี้รัฐบาล กำลังพัฒนาในทุกมิติด้วย ความก้าวหน้า และมีผลงานมากขึ้น