รองโฆษกรัฐบาล ชี้แจงข้อกฎหมาย ปมเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยันไม่ได้อ้างคำสั่งศาลปกครอง แต่ใช้อำนาจตามระเบียบป้องกันเลือกตั้งโมฆะ-ปกป้องสิทธิผู้ประกันตน


วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นว่า “ศาลไม่ได้สั่งให้เลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม” นั้น ข้อเท็จจริงทางกฎหมายจำเป็นต้องพิจารณาทั้งคำสั่งศาลและผลทางกฎหมายที่เกิดขึ้นกับการดำเนินการของฝ่ายปกครอง

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามข้อกำหนดเรื่องการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว โดยศาลไม่ได้มีคำสั่งโดยตรงให้ยกเลิกหรือเลื่อนวันเลือกตั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ศาลก็ไม่ได้มีคำบังคับให้หน่วยงานต้องดำเนินการเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยไม่อาจปรับเปลี่ยนกระบวนการใด ๆ ได้เช่นกัน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล หน่วยงานของรัฐย่อมมีหน้าที่ต้องประเมินผลกระทบของคำสั่งดังกล่าวต่อกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด และต้องใช้ดุลพินิจตามหลักกฎหมายปกครอง เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะการจัดการเลือกตั้งไม่ใช่เพียงกำหนดวันลงคะแนน แต่ยังครอบคลุมการจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การจัดหน่วยเลือกตั้ง การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง การจัดสรรงบประมาณ และการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ทั้งนี้ การใช้ดุลพินิจดังกล่าวเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการผู้มีอำนาจตามกฎหมาย มิใช่การปฏิบัติตามคำสั่งให้เลื่อนของศาล ดังนั้น การกล่าวว่ากระทรวงแรงงาน “อ้างศาลเพื่อเลื่อนการเลือกตั้ง” จึงไม่สะท้อนข้อเท็จจริงทั้งหมดของกระบวนการทางกฎหมาย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564 ยังให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งในการขยายหรือย่นระยะเวลาการเลือกตั้ง หรือกำหนดให้งดเว้นการดำเนินการบางขั้นตอนเมื่อมีเหตุจำเป็น ดังนั้น หากคณะกรรมการเห็นว่าคำสั่งศาลส่งผลให้ต้องทบทวนกระบวนการบางส่วน เพื่อจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิ หน่วยเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง งบประมาณ หรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับคำสั่งศาลและกฎหมาย การชะลอบางขั้นตอนจึงเป็นการใช้อำนาจตามระเบียบ มิใช่การนำคำสั่งศาลมาอ้างเพื่อยกเลิกการเลือกตั้งตามที่มีการกล่าวหา

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในทางกฎหมายปกครอง หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องคำนึงถึงความชอบด้วยกฎหมายของการดำเนินการทุกขั้นตอน หากเดินหน้าจัดการเลือกตั้งโดยไม่ประเมินผลกระทบจากคำสั่งศาล และต่อมาศาลมีคำพิพากษาว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผลที่อาจเกิดขึ้นคือการเลือกตั้งอาจถูกเพิกถอนหรือเป็นโมฆะ ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้ประกันตนกว่า 11 ล้านคน และรัฐอาจต้องใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งย่อมไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนและสาธารณะ

“คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลส่งผลให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจต้องทบทวนกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย การชะลอจึงเป็นผลจากการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ เมื่อการทบทวนแล้วเสร็จ หน่วยงานพร้อมเดินหน้าการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตนทุกคน”