“กรณ์” เตือนรัฐบาลต้องวางกติกาให้ชัด ก่อนไฟเขียวต่างชาติเดินหน้าโครงการ Data Center ยกตัวอย่างหลายประเทศเริ่มรู้ซึ้งถึงผลลัพธ์ ทำสูญเสียทรัพยากรและพลังงานมหาศาล


วันที่ 29 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ถึงเรื่องที่ต้องให้คิด Data Center โดยระบุว่าเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติด่วนต่อสภาฯ ขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาความคุ้มค่าการลงทุน Data Center หลังตัวเลขคำขอ BOI พุ่งสูงถึง 54 โครงการ มูลค่ารวม 1.7 ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้นำเสนอให้เห็นว่า “ต่างชาติสนใจลงทุนในไทย” ทำให้ฟังดูมหาศาล แต่โครงสร้างธุรกิจแบบนี้ใช้เงินทุนสูง เครื่องจักรและเทคโนโลยีหลักนำเข้าจากต่างประเทศ กำไรส่วนใหญ่ส่งกลับบริษัทแม่ ส่วนการจ้างงานจริงต่อโครงการอยู่แค่หลักร้อยถึงหลักพันตำแหน่ง จึงมีคำถามว่า ประเทศไทยได้อะไรกลับมาแน่ๆ เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ต้องเสียไป เพราะยังมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอีกมาก เช่น

1. หลายโครงการยื่นขอในรูป “คลังสินค้า” ทำให้ไม่ต้องทำ EIA ทั้งที่ใช้ไฟ-น้ำระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขณะที่ BOI เพิ่งจะมาคิดเรื่องเงินค้ำประกันและมาตรฐาน PUE กับโครงการที่ยื่นใหม่ แต่ไม่มีผลย้อนหลังกับโครงการที่อนุมัติไปแล้ว

2. เรื่องพลังงาน ยังไม่ชัดว่าใครรับต้นทุน กระทรวงพลังงานกำลังจะออกค่าไฟ “ประเภทที่ 9” เฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะต้นทุนนำเข้า LNG ที่สูงขึ้นตามความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งขึ้นเกือบ 30,000 เมกะวัตต์ แม้จะมีกลไก Direct PPA ให้ซื้อไฟสะอาดโดยตรง แต่ก็เป็นทางเลือก ไม่ใช่ข้อบังคับ คำถามคือถ้าดาต้าเซ็นเตอร์ไม่เลือกใช้ไฟสะอาด ใครในระบบจะเป็นคนแบกภาระที่เหลือ

3. ไม่มีใครตอบว่าใครเป็นเจ้าภาพประเมินผลกระทบระยะยาว ทั้งก่อนและหลังเปิดใช้งาน


หลายประเทศเริ่มชะลอ-แบน

นายกรณ์ ยังเปรียบเทียบประเทศที่ได้ทำโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ไปแล้วโดยระบุว่า ขณะนี้

1.เกาหลีใต้ ตอนนี้การขอยืนยันไฟฟ้าให้ดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงโซลใช้เวลานานถึง 12 เดือน จากที่เคยใช้แค่ 2-3 เดือน เพราะรัฐบาลเริ่มผลักดันให้กระจายโครงการออกจากเมืองหลวงแทน

2. ญี่ปุ่น บังคับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงาน โดยดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างใหม่ตั้งแต่ปี 2572 ต้องมีค่า PUE ไม่เกิน 1.3 พร้อมเปิดเผยข้อมูลการใช้ไฟฟ้าต่อสาธารณะทุกปีบนเว็บไซต์ของตัวเอง

3.สิงคโปร์ เคยสั่งพักอนุมัติดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2562 ก่อนจะทยอยเปิดใหม่แบบมีโควต้าจำกัดและบังคับมาตรฐานพลังงานสูงมาก

4.มาเลเซีย เมืองยะโฮร์ สั่งพักอนุมัติโครงการที่ใช้น้ำปริมาณมากไปจนถึงปี 2570 ด้วยความกังวลเรื่องน้ำขาดแคลน

5.สหรัฐฯ นิวยอร์ก สั่งระงับอนุมัติโครงการใหม่

6.เนเธอร์แลนด์ แบนการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ในพื้นที่เมือง


นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ทุกประเทศชะลอเพื่อคิดให้ครบทุกมิติก่อนที่จะเสียทรัพยากรและความเชื่อมั่นของประชาชนไปแบบแก้คืนไม่ได้ ดังนั้นประเทศไทยควรใช้จังหวะที่กรรมาธิการวิสามัญกำลังจะถูกตั้งขึ้น เพื่อวางกติกาให้ชัดตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่โครงการทั้งที่อนุมัติแล้ว และกำลังพิจารณาจะเดินหน้าไปมากกว่านี้

https://www.facebook.com/share/p/198pPmX48E/