“สหัสวัต” จี้ กระทรวงแรงงานสวมบทบาทร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ติดตามดูแลแรงงานชาวไทยหลังเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ชี้แม้ทุกคนปลอดภัย แต่ต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือทั้งเรื่องเอกสารหายและที่พักชั่วคราว
วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความห่วงใยไปยังประชาชนญี่ปุ่น คนไทย หลังเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่จังหวัดคุมาโมโตะ โดยเฉพาะแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า
“ผมขอแสดงความห่วงใยไปยังแรงงานไทยทุกคน เพราะแม้รายงานเบื้องต้นจะระบุว่ายังไม่มีแรงงานไทยได้รับอันตรายร้ายแรง แต่คำว่า ‘ปลอดภัย’ ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของทุกคนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว”
นายสหัสวัตมีข้อเสนอว่า กระทรวงแรงงานต้องมีบทบาทสนับสนุนการดูแลแรงงานไทยร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น ทางการท้องถิ่น นายจ้าง และเครือข่ายคนไทยในพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้ภาระทั้งหมดอยู่กับสถานกงสุลหรือรอให้แรงงานที่กำลังตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินเป็นฝ่ายติดต่อขอความช่วยเหลือเข้ามาเอง
ประการแรก กระทรวงแรงงานต้องเร่งตรวจสอบว่าในพื้นที่ได้รับผลกระทบมีแรงงานไทยทำงานอยู่สถานประกอบการใดบ้าง พักอาศัยอยู่ที่ใด พร้อมติดตามแรงงานเป็นรายบุคคล โดยแยกให้ชัดว่าใครยังติดต่อไม่ได้ ใครต้องอพยพ ใครมีปัญหาเรื่องที่พัก หรือประสบปัญหาใดบ้าง
ประการที่สอง ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานประกอบการ และการจัดการภัยพิบัติดีเยี่ยมเป็นลำดับต้นๆ ของโลก แม้เราจะเชื่อมั่นว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะสามารถกำกับดูแลสถานประกอบการเพื่อดูแลพี่น้องแรงงานไทยได้อย่างดีและเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากระทรวงแรงงานของไทยไม่ต้องทำอะไร ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงควรติดตามให้แรงงานไทยผู้ได้รับผลกระทบทุกคนได้รับสิทธิที่ควรพึงได้ และมีประกาศแจ้งสิทธิของแรงงานตามกฎหมายญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย เพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องแรงงานทุกคน ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และได้รับสิทธิตามกฎหมายญี่ปุ่น ตั้งแต่เรื่องการได้รับค่าชดเชย การกลับไปทำงาน สถานะการพำนัก และการจัดการกับเอกสารที่อาจได้รับความเสียหาย
ประการที่สาม ต้องจัดช่องทางติดต่อฉุกเฉินที่แรงงานเข้าถึงได้จริงตลอดเวลา พร้อมจัดข้อมูลภาษาไทยเกี่ยวกับการรับความช่วยเหลือ และข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวตาม รวมถึงต้องมีช่องทางสำรองสำหรับพื้นที่ที่ระบบโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตขัดข้อง และต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือระยะต่อไป เช่น การจัดหาที่พักชั่วคราว การออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารสำคัญทดแทน การประสานสิทธิประกันและค่าชดเชย การย้ายสถานประกอบการในกรณีที่ไม่สามารถกลับไปทำงานได้ ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทย
“ผมขอย้ำว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปเพื่อการดูแลแรงงานไทยในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานด้วย จึงไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศหรือสถานกงสุลเพียงฝ่ายเดียว สถานกงสุลมีภารกิจช่วยเหลือคนไทยในภาวะฉุกเฉิน แต่เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน สิทธิจากการจ้างงาน และการประสานกับนายจ้าง เป็นภารกิจที่กระทรวงแรงงานต้องเข้ามารับผิดชอบร่วมด้วย”
นายสหัสวัตย้ำว่า ในเวลานี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้แรงงานไทยทุกคนรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง รับรู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญปัญหาอะไร และพร้อมช่วยเหลือไม่เพียงแต่ในวันที่เกิดภัยพิบัติแต่รวมถึงช่วงเวลาหลังภัยพิบัติที่จะเกี่ยวข้องกับงานและการดำเนินชีวิตต่อไป
“ผมขอเป็นกำลังใจให้ชาวญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่กู้ภัย คนไทย และแรงงานทุกคนในพื้นที่ ขอให้ทุกคนปลอดภัย และผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ร้องขอไปยังกระทรวงแรงงานให้มีการติดต่อ ดูแล และคุ้มครองสิทธิของแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมตามสมควรต่อไปด้วยเช่นกัน ขอให้ทุกคนปลอดภัย” นายสหัสวัตกล่าวทิ้งท้าย