“เชาว์” ซัด “อนุทิน” ตรรกะวิบัติ อ้าง เรื่องในครอบครัว ปิดปากนักข่าว ย้ำตำแหน่งนายกฯ และงบประมาณประเทศ ไม่ใช่มรดกส่วนตัว
วันที่ 29 ก.ค. 2569 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และทนายความโพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวเรื่อง“เรื่องในครอบครัว” ตรรกะวิบัติของนายกฯ” มีสาระใจความว่า ฟังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบนักข่าวแล้ว ไม่รู้ว่าควรขำกับมุกขนมหวาน หรือควรเป็นห่วงความเข้าใจเรื่องอำนาจสาธารณะของผู้นำประเทศก่อนดี หลังท่านโพสต์ภาพร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ พร้อมข้อความว่า “สัมพันธ์ #นนพ ร้าวฉานปาน Crème Brûlée” แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการเคลียร์ใจกันหรือไม่ นายอนุทินกลับตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “คุณอยู่ในบ้านผมหรอ ถ้าไม่อยู่ ก็ไม่ต้องถาม” และย้ำว่าเป็น “เรื่องในครอบครัว” เป็นเรื่องภายในพรรค ไม่ใช่ธุระของใครที่จะต้องรับทราบ
“คำพูดนี้ฟังเผิน ๆ เหมือนแข็งกร้าว เด็ดขาด และปกป้องคนในบ้าน แต่เมื่อพิจารณาด้วยเหตุผล กลับเป็นตรรกะที่ผิดเพี้ยนอย่างยิ่ง เพราะ “ความสัมพันธ์ทางอำนาจไม่ใช่เรื่องของครอบครัว ท่านต้องตระหนักเสมอว่า เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่หัวหน้าครอบครัวธรรมดา ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างนายอนุทินกับนายเนวิน จะรักกัน โกรธกัน งอนกัน หรือกินขนมอะไรกัน ประชาชนไม่ได้มีสิทธิไปยุ่งทุกเรื่อง ถ้าท่านเป็นแค่ นายอนุทินนักชิมที่ชอบดนตรี” นายเชาว์ กล่าวและว่า
แต่เมื่อนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคม ส่วนนายเนวินเป็นบุคคลซึ่งสังคมรับรู้ถึงบทบาทและอิทธิพลทางการเมืองมายาวนาน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเหล่านี้ จึงไม่ใช่เรื่องในบ้านที่ห้ามยุ่งเกี่ยว ประชาชนมีสิทธิถามว่า ความสัมพันธ์นั้นส่งผลต่อการจัดวางอำนาจ การแต่งตั้งบุคคล การกำหนดนโยบาย การแบ่งงานในรัฐบาล หรืองบประมาณของประเทศหรือไม่ เพื่อตรวจสอบว่า คนในบ้าน เอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาใช้กับทรัพย์สินและอำนาจของส่วนรวมหรือไม่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่สมบัติประจำตระกูล กระทรวงไม่ใช่ห้องในบ้าน งบประมาณแผ่นดินไม่ใช่เงินกงสี และประเทศไทยไม่ใช่มรดกของครอบครัวการเมืองใด ที่สำคัญท่านเป็นคนเปิดเรื่องต่อสาธารณะเอง แล้วจะห้ามสาธารณะถามไม่ได้
นายเชาว์ กล่าวอีกว่า ภาพสามคนไม่ได้ถูกนักข่าวแอบถ่ายผ่านหน้าต่างบ้าน แต่นายอนุทินเป็นผู้โพสต์ภาพต่อสาธารณะด้วยตัวเอง พร้อมข้อความเล่นกับข่าว “ร้าวฉาน” เมื่อเลือกนำความสัมพันธ์ภายในออกมาแสดงต่อสาธารณะ เพื่อสื่อสารว่า ทุกอย่างยังแน่นแฟ้น ก็ต้องยอมรับคำถามที่ตามมาด้วย จะเอาแต่ประโยชน์จากภาพ แล้วปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความหมายของภาพไม่ได้