“ยิ่งชีพ ไอลอว์”  ยืนยัน ม.18 ป.วิ.อาญา ไม่มีหลัก “แจ้งตามภูมิลำเนาผู้เสียหาย” เตือนตำรวจรับคดีผิดท้องที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย 


วันที่ 29 ก.ค. 2569 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อํานวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อธิบายหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) มาตรา 18 เกี่ยวกับเขตอำนาจพนักงานสอบสวนในการรับแจ้งความและการดำเนินคดีอาญา โดยระบุว่า เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม หลังพบว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคนอ้างหลักกฎหมายคลาดเคลื่อน เพราะ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 คดีอาญาจะเริ่มขึ้นและพนักงานสอบสวนจะมีอำนาจรับทำคดีได้ ต้องเข้าเหตุใดเหตุหนึ่งใน 3 ข้อ คือ

 1    เป็นท้องที่ที่เหตุแห่งคดีเกิดขึ้น

  2    เป็นท้องที่ที่ผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่

   3    เป็นท้องที่ที่ผู้ต้องหาถูกจับ


นายยิ่งชีพ ย้ำว่า ไม่มีกฎหมายใดที่ระบุว่าสามารถแจ้งความตามภูมิลำเนาของผู้เสียหาย หรือสถานที่ที่ผู้เสียหายสะดวกได้” การอ้างทะเบียนบ้านหรือบ้านเกิดของผู้เสียหาย จึงไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลทางกฎหมายในการเลือกสถานที่แจ้งความได้แต่อย่างใด เพราะเจตนารมณ์กฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหา แต่พบช่องว่างถูกใช้กลั่นแกล้งวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนดไว้เช่นนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้แจ้งความใช้กระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้งผู้อื่น โดยการดำเนินคดีต้องทำในพื้นที่เกิดเหตุ หรือในพื้นที่ที่ไม่สร้างภาระให้กับผู้ถูกกล่าวหาเกินสมควร


นายยิ่งชีพ ยังระบุอีกว่า ในปัจจุบันมีความพยายามใช้ช่องว่างของกฎหมายกลั่นแกล้งกัน โดยเฉพาะในคดีหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งผู้แจ้งความมักอ้างว่า “พบเห็นข้อความ” ที่ถูกวิจารณ์ขณะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล (เช่น นราธิวาส, เชียงราย, พะเยา หรือแม่สอด) แล้วตีความว่าคดีเกิดขึ้น ณ จุดที่พบเห็นข้อความ เพื่อสร้างภาระในการเดินทางให้ผู้ต้องหารู้สึกหวาดกลัวและหยุดพูด ซึ่งประเด็นนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องว่างต่อไป


หวั่นตำรวจรับคดีผิดท้องที่

สำหรับประชาชนทั่วไป การแจ้งผิดท้องที่มักเป็นเหตุผลหลักที่ตำรวจปฏิเสธไม่รับแจ้งความ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่หากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้หลักผู้ใหญ่นายโต แล้วตำรวจเกรงใจจนยอมรับแจ้งความทั้งที่ไม่มีอำนาจสอบสวนตามมาตรา 18 พนักงานสอบสวนผู้นั้นก็อาจมีความผิดตามกฎหมายเสียเอง

นายยิ่งชีพ ทิ้งท้ายด้วยว่า กฎหมายปัจจุบันอาจจะยังมีข้อถกเถียงในเรื่องความสะดวกของผู้เสียหาย เช่น กรณีทรัพย์สินสูญหายขณะเดินทาง แต่ตราบใดที่กฎหมายยังไม่เคยวางหลักให้แจ้งตามความสะดวกของผู้เสียหาย การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และการอ้างหลักกฎหมายของฝ่ายต่างๆ จึงต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด

https://www.facebook.com/photo/?fbid=28035707476033212&set=a.244499545580712