“เจเศรษฐ์” สั่งการด่วน ให้ กปภ. ระดมสรรพกำลังทุกหน่วยงาน เร่งแก้ปัญหาน้ำประปาเกาะสมุย ทั้งเพิ่มกำลังการผลิต ลำเลียงน้ำจากสุราษฎร์ธานี พร้อมให้วางแผนความมั่นคงด้านน้ำระยะยาว 


วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับรายงานสถานการณ์การจ่ายน้ำประปาในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ได้สั่งการด่วนให้นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ระดมสรรพกำลังและบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนมีน้ำประปาใช้อย่างเพียงพอและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด


นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า จากรายงานของ กปภ. พบว่า สถานการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุจากภาวะฝนทิ้งช่วงต่อเนื่อง ส่งผลให้แหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาบนเกาะสมุยมีปริมาณไม่เพียงพอ ทำให้กำลังการผลิตน้ำประปาลดลงประมาณร้อยละ 40 จากกำลังการผลิตตามปกติ ส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำประปาในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่สูง จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการระบบการจ่ายน้ำด้วยการปรับโซนและช่วงเวลาการจ่ายน้ำ เพื่อให้เกิดการกระจายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด


รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้กำชับให้ กปภ. ดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วนในทุกมิติ โดยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำในพื้นที่ ควบคู่กับการลำเลียงน้ำจาก กปภ.สาขาสุราษฎร์ธานี เข้ามาสนับสนุนการผลิตน้ำบนเกาะสมุยวันละ 16,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมเพิ่มกำลังการส่งน้ำผ่านระบบท่อลอดใต้ทะเลอีกประมาณวันละ 4,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องในการผลิตและจ่ายน้ำให้แก่ประชาชน เร่งซ่อมแซมระบบผลิตน้ำแบบ Reverse Osmosis (R.O.) ที่ชำรุด บริหารจัดการแหล่งน้ำดิบและน้ำต้นทุนอย่างใกล้ชิด รวมถึงปรับแผนการจ่ายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกลับมามีน้ำใช้อุปโภคบริโภคโดยเร็วที่สุด


นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ได้ประสานงานไปยัง กรมฝนหลวง เพื่อเตรียมความพร้อมดำเนินการทำฝนเทียมในพื้นที่เกาะสมุยและพื้นที่รับน้ำโดยรอบ หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย พร้อมได้สั่งการให้ กปภ. รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเป็นรายวัน พร้อมเตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์ยืดเยื้อ รวมทั้งสื่อสารข้อมูลการจ่ายน้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถวางแผนการใช้น้ำได้อย่างเหมาะสม ลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว


นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์จะส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำประปาในบางพื้นที่ แต่กระทรวงมหาดไทยและ กปภ. จะระดมทุกทรัพยากรอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การผลิตและการจ่ายน้ำในภาพรวมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด


“ผมได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อวาน และสั่งการให้ กปภ. ลงมือแก้ไขทันที เพราะเรื่องน้ำรอไม่ได้ เราต้องใช้ทุกมาตรการที่มี ทั้งเพิ่มกำลังการผลิต ลำเลียงน้ำจากสุราษฎร์ธานี เพิ่มการส่งน้ำผ่านระบบท่อลอดใต้ทะเล เร่งซ่อมระบบผลิตน้ำที่ชำรุด และบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อเตรียมดำเนินการทำฝนเทียมเพิ่มน้ำต้นทุนทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ผมกำชับให้ทุกหน่วยงานรายงานสถานการณ์เข้ามาทุกวัน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนกลับมามีน้ำใช้อย่างปกติ”


นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เกาะสมุยเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติ การมีระบบน้ำประปาที่มั่นคงและเพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ จึงได้มอบหมายให้ กปภ. จัดทำแผนสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว ทั้งการเพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำดิบ การพัฒนาระบบผลิตน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อรองรับการเติบโตของเกาะสมุยในอนาคต


“การแก้ปัญหาครั้งนี้ต้องไม่ใช่เพียงการบรรเทาสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ต้องวางรากฐานระบบบริหารจัดการน้ำที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้เกาะสมุยมีน้ำประปาที่สะอาด มีคุณภาพ และเพียงพอสำหรับประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจในทุกสถานการณ์ กระทรวงมหาดไทยจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมวางระบบเพื่อไม่ให้ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำในอนาคต” นายเจเศรษฐ์ กล่าว